ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า

หน้าที่รับผิดชอบ

โครงสร้างหน่วยงาน

ฝ่ายบริหารทั่วไป

ฝ่ายส่งเสริมเผยแพร่และวิชาการ

ฝ่ายสุขภาพสัตว์

ฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากร

หน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสะเมิง

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยสุเทพ

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่ง

เขตห้ามล่าสัตว์ป่านทบุรี

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเชิงดอยสุเทพ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔

พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕

พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘

กฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ พ.ศ. ๒๕๔๖

กฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖

การขออนุญาตต่างๆ

การขออนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง

การขออนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์

การขออนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ

การขออนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์

การขออนุญาตขึ้นทะเบียนงาช้าง

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า

สำนักงานคณธกรรมการกฤษฎีกา

หน่วยงานอื่นๆทางด้านสัตว์ในพื้นที่


แจ้งเบาะแส หรือข้อเสนอแนะ

โทร. 053 233 337

E-MAIL: wildlife2555@gmail.com


ความเป็นมา ป่าดอยเชียงดาวแต่เดิมเป็นป่าเขาที่มีภูมิประเทศเป็นเขาสูงชันประกอบด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนอุดมไปด้วยป่าดงดิบเขาและป่าหลายประเภทที่คละกันไปมีสัตว์ป่าหลายชนิด อาศัยอยู่อย่างชุกชุม


ที่ตั้งและอาณาเขต

มีเนื้อที่ 521 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 325,625 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อพื้นที่ข้างเคียงดังนี้

ทิศเหนือ ถนนสายแม่จา-เวียงแหง ลำห้วยแม่แตะ และอุทยานแห่งชาติผาแดง

ทิศตะวันออก ตำบลเมืองงาย ตำบลเชียงดาว ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว

ทิศใต้ ลำห้วยแม่นะ ห้วยแม่กอกน้อย และสบห้วยแม่กอก ลำน้ำแม่แตง

ทิศตะวันตก ลำห้วยแม่แตะ ลำน้ำแม่แตง และตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว



ลักษณะภูมิประเทศ

ภูมิประเทศของป่าเชียงดาว ประกอบด้วยป่าเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ยอดเขาที่สูงที่สุด คือยอดดอยหลวงเชียงดาว ความสูง 2,225 เมตร บนยอดดอยหลวงเชียงดาวมักจะมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเวลา โดยสภาพทั่ว ๆ ไปเป็นภูเขาหินปูนจึงประกอบไปด้วยหุบเขา และ โพรงถ้ำ มีถ้ำใหญ่ที่สวยงาม คือถ้ำเชียงดาว


ลักษณะภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศของเทือกเขาดอยเชียงดาวเป็นแบบภาคพื้นทวีปหรือมรสุมเขตร้อนมีฤดูฝนสลับกับฤดูแล้งชัดเจน สภาพอากาศสามารถแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนพฤษภาคม มีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 29.1 องศาเซลเซียส ในเดือนเมษายนเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิสูงสุด ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคมมีอุณหภูมิระหว่าง 26.1 - 27.1 องศาเซลเซียส ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในช่วงกลางเดือนธันวาคม ถึงกลางเดือนมกราคม 6.7 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอากาศเย็นและแห้ง บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด บางปีอุณหภูมิจะลดลงต่ำสุดกว่า 0 องศาเซลเซียส ซึ่งปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งในตอนเช้า เป็นเกล็ดสีขาวตามยอดหญ้า ที่เรียกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า “เหมยขาบ”


ทรัพยากรป่าไม้

ป่าดิบเขา เป็นป่าที่มีความชุ่มชื้นสูงที่สุด มักมีเมฆหมอกปกคลุมตลอดปีจะสังเกตได้จากพรรณไม้ต่าง ๆ ตามกิ่งก้าน จะปกคลุมไปด้วย มอส เฟินและพืชอิงอาศัยต่าง ๆ และพืชพื้นล่าง หลายชนิด ได้แก่ ก่วมขาว ก่อสร้อย เทพธาโร กร่าง ไม้ล้มลุกและพืชชั้นล่างที่พบมาก ซึ่งบางชนิดจะพบแทรกอยู่ทั่วไปตามหลืบหิน อาทิ ข้าหลวงหลังลาย ชาหิน เทียนนกแก้ว แพรกหิน รองเท้านารีฝาหอย

ป่าสนเขา เป็นป่าที่ขึ้นบริเวณสันเขา สภาพของป่าสนเขามีพันธุ์ไม้ปรากฏอยู่น้อย ประกอบด้วยไม้ สนสามใบ สนสองใบ เป็นไม้เรือนยอดไม้ชั้นรองที่ขึ้นปนในป่าสนเขา ที่สำคัญได้แก่ ไม้ในวงศ์ก่อ เช่น ก่อแอบ ก่อสีเสียด ก่อเดือย เป็นต้นนอกเหนือจากไม้ก่อได้แก่ หว้า เหมือดคนตัวผู้ สารภีดอย เป็นต้น ในระดับไม้พุ่ม ประกอบด้วย มันปลา เป้งดอย ปรงเขา เป็นต้น นอกจากรี้ยังพบกล้วยไม้ สกุลต่างๆ เช่นสกุลหวาย และสกุลสิงโต เป็นต้น

ป่าเบญจพรรณ สภาพป่าโดยทั่วไปทางตอนล่างจะค่อยเริ่มเปลี่ยนลักษณะกลมกลืนกันไปกับป่าดิบแล้ง เป็นป่าเบญจพรรณขึ้น โดยมีไผ่บงดำ และ ไผ่ซางนวล เป็นหลัก พื้นดินถูกปกคลุมด้วยหญ้าแวง และมีไม้ต้นขึ้นทั่วไปได้แก่ เลียงมัน สกุลปอขี้แฮด และกว้าว จากนั้นก็จะแปรสภาพเป็นป่าที่มีไม้สักเป็นองค์ประกอบ ในช่วงพื้นที่แคบ ๆ โดยไม้สักที่ขึ้นได้ในสภาพธรรมชาติขึ้นปะปนอยู่กับมะส้าน แคหางค่าง ตะแบกเกรียบ สักผู้ และส้านแว้ นอกจากนี้ยังพบ ตีนฮุ้งดอย เทียนเชียงดาว และหญ้าเหลี่ยม สภาพของเขาหินปูนที่โผล่เป็นปุ่มป่ำจะพบเห็นได้มากขึ้นและเด่นชัดเจนขึ้นที่ระดับสูงขึ้นไปทำให้พรรณไม้ ต้นขนาดใหญ่ค่อยหมดไปในระดับนี้

ป่าเต็งรัง พรรณไม้เด่นในป่าเต็งรัง ได้แก่ เต็ง รัง เหียง พลวง พะยอม เป็นต้น พรรณไม้เด่นอื่น ๆ เช่น คำมอกหลวง คำมอกน้อยยอป่า ประดู่ แดผักหวาน (เป็นต้น พืชพื้นล่างอื่นๆ เช่น เกล็ดปลาช่อ ปรงป่า โคลงเคลง เป็นต้น ซึ่งขึ้นได้ในที่ดินตื้น ค่อนข้างแห้งแล้งเป็นดินทรายหรือลูกรัง พบกระจายทั่วในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว

ป่าดิบแล้ง พบกระจายอยู่ทั่วไปตามพื้นที่เป็นหุบและที่เนินเขา พันธุ์ไม้เด่นอาทิ ยางแดง ยางหมอก และปอขี้แฮด พรรณไม้รองที่พบทั่วไปได้แก่ มะกอกป่า มะส้าน เลียงมัน แคหางค่าง เลือดกวาง และขมิ้นต้น ที่พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปตามริมห้วยในที่ต่ำมีความชื้นสูงได้แก่ ไผ่หก และไผ่บงดำ นอกจากนี้ยังมีปรงต้นขนาดใหญ่ อยู่ตามป่าโปร่งและเนินเขาพื้นล่างทั่วไปในที่ชุ่มชื้นจะพบ เฟิน กล้วยคอดำ ผักเบี้ยดิน กกคมบาง และหญ้ากาบไผ่ ไม้เลื้อยที่พบมาก อาทิ ลดาวัลย์ จิงจ้อขาว และเครือเดาน้ำ ขึ้นอยู่กระจายอยู่ทั่วไป

ป่าเปิดระดับสูง ที่ระดับสูง 1,900 เมตร จะพบพืชเขตอบอุ่นหลายชนิด โดยเฉพาะไม้พุ่ม ที่พบมาก อาทิ พวงแก้วกุดั่น หรีดเชียงดาว เอื้องดิน กูดผา กุหลาบพันปีเชียงดาว และสุวรรณภา กล้วยไม้ดินและตามร่องหินจะพบมากเป็นกลุ่ม ๆ อาทิกล้วยไม้ในสกุลหวาย ตะขาบขาว สิงโต และสกุลงูเขียว


ทรัพยากรสัตว์ป่า

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สำรวจพบ 150 ชนิด จาก 84 สกุล ใน 27 วงศ์ เป็นสัตว์ป่าสงวน 2 ชนิด คือ เลียงผา และ กวางผา และสัตว์ป่าชนิดอื่น ๆ เช่น เสือลายเมฆ เสือไฟ แมวดาว ค่างแว่นถิ่นเหนือ ลิงภูเขา ลิงอ้ายเงี้ยะ เก้ง เป็นต้น

สัตว์ปีก สำรวจพบ 383 ชนิด จาก 192 สกุล ใน 42 วงศ์ สำหรับนกที่พบและมีสถานะภาพใกล้สูญพันธุ์หรืออยู่ในภาวะถูกคุกคาม ได้แก่ นกกก นกแก๊ก นกกางเขนดง นกตั้งล้อ นกพญาไฟใหญ่ นกกางเขนน้ำ นกขุนทอง นกเปล้าหางแหลม นกกระรางหัวขวาน นกขุนแผนอกส้ม นกกินแมลงป่าอกสีน้ำตาล นกกินแมลงหน้าผากสีน้ำตาล นกขมิ้นท้ายทอยดำ เหยี่ยวภูเขา ไก่ฟ้าหลังขาว นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ นกปรอดเหลืองหัวจุก นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ นกบั้งรอกใหญ่ นกเขียงคราม นกที่หายากที่สุดซึ่งมีอยู่ในพื้นที่คือไก่ฟ้าหางลายขวาง

สัตว์เลื้อยคลาน สำรวจพบ 91 ชนิด จาก 57 สกุล ใน 15 วงศ์ สัตว์เลื้อยคลานที่นับว่ามีปริมาณไม่มากนัก ได้แก่ เต่าปูลู ตะพาบน้ำ เต่าหก หรือเต่าเหลือง ตะกวด งูจงอาง งูสิง งูเหลือม ตุ๊กแก กิ้งก่าดง กิ้งก่าป่าสีน้ำเงิน เป็นต้น

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สำรวจในพื้นที่พบในบริเวณแหล่งน้ำ ลำห้วย น้ำตก แอ่งน้ำ ซอกหิน ที่มีความชุ่มชื้น ได้แก่ สภาพป่าดงดิบที่สมบรูณ์ พบ 48 ชนิด จาก27 สกุล ใน 7 วงศ์ และพบว่ามีสัตว์ชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ได้แก่ กระท่าง กบ ชนิดอื่นเช่น อึ่งอ่างบ้าน อึ่งขาดำ กบหนองหรือเขียดบัว กบนา พบกระจายอยู่ทั่วไป

ปลาน้ำจืด ตามแหล่งน้ำที่สำคัญของพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ได้แก่ ลำน้ำแม่แตง ห้วยแม่แตะ ห้วยแม่เมิน ลำน้ำคอง ห้วยขี้เหล็ก และห้วยแม่ออน เป็นต้น เป็นแหล่งอาศัยของปลาน้ำจืดหลายชนิดจากการสำรวจชนิดปลาจากแหล่งน้ำพบ 25 ชนิด จาก 23 สกุล ใน 11 วงศ์ ชนิดที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ ปลาจาด ปลาขี้ยอก ปลาแม่แปบ ปลาสร้อยเกล็ดถี่ ปลาตะเพียน ปลากด เป็นต้น

แมลง แมลงที่หายากที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่พบ ได้แก่ ด้วงกว่างดาว ด้วงกว่างห้าเขา ด้วงคีมยีราฟ ผีเสื้อกลางคืนหางยาว ผีเสื้อถุงทอง ผีเสื้อหางดาบตาลไหม้ และผีเสื้อที่พบเฉพาะที่ดอยเชียงดาว และคาดว่าอาจสูญพันธุ์แล้วคือ ผีเสื้อภูฐาน หรือผีเสื้อสมิงเชียงดาว


จุดสนใจสำหรับการท่องเที่ยว

"ดอยหลวงเชียงดาว" เป็นสถานที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติแก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เนื่องจากมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ และสภาพภูมิประเทศสลับซับซ้อนเกิดทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา เป็นแหล่งพื้นที่อนุรักษ์ทางด้านพันธุกรรมทางด้านพรรณพืชและสัตว์ป่าที่สำคัญและชนิดที่หายาก และสามารถพบเห็นสัตว์ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ เลียงผา กวางผา และไก่ฟ้าหางลายขวาง เป็นต้น


การคมนาคม

1. เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จากจังหวัดเชียงใหม่ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 ผ่านอำเภอแม่ริม ตลาดแม่มาลัย อำเภอแม่แตง ถึงอำเภอเชียงดาว แยกซ้ายมือบริเวณ กม.ที่ 72 เดินทางต่อไปตามเส้นทางสาย อำเภอเชียงดาว – เมืองคอง ผ่านบ้านถ้ำ ประมาณ 5 กม. เลี้ยวตามถนนแยกซ้ายมือ ไปตามเส้นทางเข้าวัดถ้ำผาปล่อง ประมาณ 300 เมตร จะถึงที่ทำการเขต ฯ เชียงดาว ซึ่งอยู่ขวามือของเส้นทาง

2. โดยรถยนต์โดยสารจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยขึ้นรถที่สถานีขนส่งช้างเผือก โดยสารรถยนต์สายเชียงใหม่ – ฝาง หรือ สายเชียงใหม่ – ท่าตอน ไปตามเส้นทางเดียวกับข้อ 1 ถึงอำเภอเชียงดาว ลงรถบริเวณทางแยกเข้าถ้ำเชียงดาว ค่าโดยสาร 40 บาท ต่อหนึ่งคน และต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จากปากทางถึงที่ทำการเขต ฯ ระยะทางประมาณ 5.3 กม. ค่าจ้างรถมอเตอร์ไซค์ ประมาณ 50-60 บาท ต่อ 1 เที่ยว

3. สามารถติดต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวได้ที่ โทร/โทรสาร 053-456623 ตู้ ปณ. 12

ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 50170


รู้หรือไม่

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว : "ยอดดอยหลวงเชียงดาว" เป็นภูเขาหินปูนที่สุงที่สุดในประเทศไทย และเป็นยอดเขาที่สูง อันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากยอดดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ และยอดดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ บนยอดดอยเชียงดาวมีลักษณะเป็นอ่าง 2 แห่ง จึงมีชื่อเรียกอื่นว่า ดอยอ่างสลุง คำว่าสลุง หมายถึง อ่างน้ำหรือขันน้ำนั้นเอง
9707
แก้ไขล่าสุด :: 4 เมย. 2561; 12.19 น.