images by free.in.th      

 

 

 

หน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ

ตำบลแม่งอน  อำเภอฝาง  จังหวัดเชียงใหม่

ประวัติความเป็นมา

                                หน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำฝาง กรมป่าไม้ โดยกองอนุรักษ์ต้นน้ำ ได้จัดตั้งโครงการปลูกป่าตามพระราชดำริในปี พ.. 2517 ตามหนังสือที่ คพช.128 / 2517  เรื่อง ขอให้พิจารณาปรับปรุงแหล่งต้นน้ำลำธารบนภูเขา ลุ่มน้ำปิงอันดับแรก โดยจัดตั้งฝ่ายโครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำหน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ เป็นหน่วยในโครงการดังกล่าวนี้และได้เริ่มดำเนินการปลูกป่า เพื่ออนุรักษ์ต้นน้ำในพื้นที่   ต้นน้ำแม่เผอะ กรมป่าไม้ ได้พิจารณาเห็นว่าฝายโครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำ กองอนุรักษ์ต้นน้ำ ได้รับงบประมาณจากกรมป่าไม้มาดำเนินการเองโดยมิได้ใช้งบประมาณของโครงการหลวงแต่อย่างใด การใช้ชื่อโครงการหลวงอาจทำให้หน่วยงานอื่นสับสนและเข้าใจผิด จึงได้ออกคำสั่งกรมป่าไม้ เปลี่ยนชื่อฝ่ายโครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำเป็นฝายพัฒนาต้นน้ำ และโครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำที่ 10 (แม่เผอะ) เปลี่ยนชื่อเป็นหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 10 (แม่เผอะ) และต่อมาในปี 2536 เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับการดำเนินงานปีงบประมาณ 2538 ได้ทำการปรับขอบเขตใหม่ และงานในเขตรับผิดชอบของหน่วยจัดการต้นน้ำห้วยสูน จึงได้โอนพื้นที่รับผิดชอบ โดยปรับ  การโอนขอบเขตและงานบริเวณพื้นที่บ้านหลวง - ดอยอ่างขาง จำนวน 71,250 ไร่ ให้กับหน่วยจัดการ            ต้นน้ำ แม่เผอะ ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตามหนังสือที่  กษ 0712.06 (2013)/177 ลงวันที่  14  กันยายน 2538

                                ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น หน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ  สังกัดศูนย์จัดการต้นน้ำแม่ฝาง ส่วนจัดการต้นน้ำ  สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16  กรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า  และ พันธุ์พืช

สถานที่ตั้งและพื้นที่ลุ่มน้ำ

                               สถานที่ตั้ง

                                หน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ  ที่ตั้งตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยฯ  ตั้งอยู่ที่พิกัด  UTM  552998  ระวาง  4848IV  อยู่ในชั้นคุณภาพลุ่มน้ำที่ 1  มี ลุ่มน้ำหลัก คือแม่กก จำนวนน้ำสาขา 1 ลุ่ม คือ ลุ่มน้ำฝางและจำนวนลุ่มน้ำย่อยในพื้นที่มี  3  ลุ่ม คือ แม่เผอะ, ห้วยสูน  และแม่น้อย  มีพื้นที่รับผิดชอบรวม 315.44 ตารางกิโลเมตร 197,151 ไร่ แบ่งเป็น

                                -  ป่าอนุรักษ์  120,000  ไร่  แบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น  1  2  100,000  ไร่

                                -  ป่าปลูก  12,657  ไร่

                                -  พื้นที่ป่าชุมชน  500  ไร่

                                -  พื้นที่ป่าปรับปรุงระบบนิเวศน์  1,800  ไร่

                                -  แปลงสาธิต  แปลงทดลอง  20  ไร่

                                ชนิดป่า  แบ่งได้  คือ  ป่าดิบชื้น  80,000  ไร่  ป่าเบญจพรรณ  5,000  ไร่  และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าติดเขา

                                พื้นที่รับผิดชอบอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ  ลุ่มน้ำฝาง  200,000  ไร่  และเป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเตรียมการคลุมพื้นที่หน่วยฯ  200,000  ไร่

 

ลักษณะทางกายภาพลุ่มน้ำ

                                หน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ เป็นภูเขาสูงชัน  มียอดเขาแหลม  จะประกอบด้วยแนวเขาขนานกับกองหินปูน และหินดินดานทอดยาวตามแนวเหนือ ใกล้ชิดกับแนวพรมแดนพม่า บริเวณของอ่างขางเป็นหุบเขายาวประมาณ  5  กิโลเมตร และกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ความกว้างของพื้นที่รวมไม่เกิน 200 เมตรและตอนกลาง มีเขาหินปูนยอดแหลม และบ่อยุบตัว 

                -  รูปร่างลุ่มน้ำ เป็นแบบพัด (fan shape)

                -  มีพื้นที่ต้นน้ำ (ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำที่ 1 และ ที่ 2)   165.67  ตร.กม  103,542  ไร่

คิดเป็น  52.51% ของพื้นที่ลุ่มน้ำ

ลักษณะทางธรณีวิทยา

                                การพัฒนาที่ดิน จัดแบ่งกลุ่มดินในบริเวณพื้นที่นั้นสามารถแยกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ  ดังนี้

                                1.  กลุ่มดินนาที่พบที่ราบลุ่ม  ได้แก่  กลุ่มดินที่  5 , 6  และ  29  เกิดจากตะกอนที่ถูกน้ำพัดพามาทับถม มีเนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวจนถึงดินเหนียวสีเทา  และสีน้ำตาลปนเทา  มีจุดประสีน้ำตาล สีเหลืองและสีแดง  การระบายน้ำเลว ความเป็นกรดเป็นด่าง ประมาณ  5.0 -  6.0  ความอุดมสมบูรณ์ต่ำถึงปานกลาง  ใช้ทำนาข้าวและปลูกพืชล้มลุกในฤดูแล้ง

                                2.  กลุ่มดินไร่บนพื้นที่ดอน  ได้แก่  กลุ่มดินที่  29 และ  35  ดินลึก  เนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวปนทราย ดินเหนียว สีน้ำตาล สีเหลือง และสีแดง การระบายน้ำดี ความเป็นกรดเป็นด่าง ประมาณ  4.5  5.5  ความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำถึงปานกลาง  ลักษณะพื้นที่มี  ความลาดชัน   มีการบุกรุกปลูกพืชไร่ไม้ผล  เกิดปัญหาการชะล้างพังทะลาย  และความอุดมสมบูรณ์ลดลงอย่างรวดเร็ว

                                3.  กลุ่มดินบนพื้นที่ภูเขา มีความลาดชันสูงกว่า  35% ได้แก่  กลุ่มดินที่  62  ดินมีเนื้อดินและความลึกแตกต่าง ๆ  กัน  ตามวัตถุต้นกำเนิดและการพัฒนา  เนื้อดินร่วนปนทราย 

                                พื้นที่การเกษตร จะมี  3  ลักษณะ  คือ

                                1.  ทำการเกษตรแบบถาวร  จัดทำในที่ลาดชัน  ประมาณ  35  60  องศา  และตามหุบเขาทำสวนไม้ผลเป็นส่วนใหญ่  ได้แก่  ท้อ  บ๊วย  สาลี่  พรัม    ลิ้นจี่

                                2.  ทำการเกษตรแบบไร่เลื่อนลอย  ปลูกขิง , เผือก , ข้าวไร่

                3. การปศุสัตว์ในพื้นที่หน่วยฯ มีอยู่บ้างเป็นปัญหากับพื้นที่แปลงปลูกป่า คือ ควายพระราชทาน จะเข้าไปกินหญ้า  และเหยียบย่ำไม้ที่ปลูก  ส่วนใหญ่จะเลี้ยงแบบปล่อยกินตามธรรมชาติ

ลักษณะทางปฐพีวิทยา

                                ลักษณะของพื้นที่เป็นภูเขาสูงทอดตัวตามแนวเหนือ-ใต้  เป็นหินที่เกิดจากหินตะกอน  ได้แก่  หินทราย  หินดินดาน  หินเชิร์ท  และหินกรวดมน  หินปูน  และหินปูนผสมหินดินดาน ที่เกิดในช่วงยุคโลเวอร์ถึงอัพเปอร์  คาร์โบนิเวอรัส  ของมหายุคพาเลโอโซอิค  ที่ราบเชิงเขาและที่ราบลุ่มเป็นตะกอนที่เกิดจากการชะล้างและพัดพามมาทับถมใหม่ในช่วงยุค ควอร์เทอร์นารี  มหายุคซีโนโซอิค  เป็นพวกกรวด ทราย  ทรายแป้ง  และดินเหนียว ส่วนใหญ่จะพบใกล้น้ำ สภาพดินเป็นดินปนหิน มีสีแดงจัด  โครงสร้างดี   มีความอุดมสมบูรณ์ดี 

                                (Ref : กรมทรัพยากรธรณี  Geologioal  Map  of  Thailand  1980  1 : 500,000  )

 

การใช้ประโยชน์ที่ดิน

          พืชพรรณปกคลุมดิน

                                ชนิดป่าและพันธุ์ไม้

1.                   ป่าไม่ผลัด (Evergreen Forest)

-       ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) พบตามหุบเขา มีสภาพป่าสมบูรณ์ และ      ริมห้วยในระดับความสูง 500-1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พันธุ์ไม้ที่สำคัญที่ขึ้นอยู่มี จำปีป่า มะม่วงป่า ยาง ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง มะกอก สมอพิเภก ยมหอม ตุ้มเต๋น ส่วนไม้พื้นล่างมีไฝป่า ไผ่รวก เฟิร์น และมอสส์

-       ป่าดงดิบเขา (Hill Evergreen Forest) พบขึ้นอยู่บนภูเขาที่ความสูงตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป จากระดับน้ำทะเลปานกลาง กระจัดกระจายสลับกับป่าสนเขา พันธุ์ไม้ที่สำคัญที่ขึ้นอยู่ส่วนใหญ่เป็นไม้กอต่าง ๆ จำปีป่า อบเชย ทะโล้ มะขามป้อมดง และไม้สนเขาขึ้นปะปนอยู่ ส่วนไม้พื้นล่างเป็นพวกผักกูด มอสส์ เฟิร์นและกล้วยไม้ดิน

-       ป่าสนเขา (Coniferous Forest) พบขึ้นอยู่บนภูเขาในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 850-1,000 เมตรขึ้นไป พันธุ์ไม้ที่สำคัญที่ขึ้นอยู่ส่วนใหญ่เป็นพวกสนสองใบ สนสามใบ และมีไม้เหียง ไม้พลวง พวกไม้ก่อต่าง ๆ ขึ้นปะปนอยู่โดยทั่วไป ส่วนพืชชั้นล่างเป็น พวกหญ้าคา หญ้าแพรก เป็นส่วนมาก

2.   ป่าผลัดใบ (Deciduous Forest)

-       ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest) พบขึ้นอยู่ตามริมหุบเขา ห้วย  และที่ลาดเชิงเขา ส่วนใหญ่จะพบทางด้านทิศตะวันออกทั้งตอนบนและตอนล่างของพื้นที่พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ มะแฟน มะม่วงป่า มะเกิ้ม งิ้วป่า ยอป่า เสลา ยมหิน มะเกลือ และไม้พื้นล่าง มีไม้ไผ่รวก ผักกูด และหญ้าชนิดต่าง ๆ

-       ป่าเต็งรัง (Dry Deciduous Dipterocarp Forest) พบขึ้นอยู่บนภูเขาระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 200-300 เมตร ที่ซึ่งดินตื้น และแห้งแล้งตามไหล่เขา เชิงเขา และพื้นราบที่ป่าเต็งรังขึ้นอยู่ติดต่อกันเป็นผืนใหญ่ พื้นที่ในบางส่วนพบว่ามีไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่จำนวนมาก เนื่องจากดินที่สำคัญที่ขึ้นอยู่ ได้แก่   เต็งรัง เหียง หลวง  พะยอม  ติ้ว  แต้ว  รกฟ้า  ตะแบก  เลือพด   แสลงใจ มะค่าแต้ สมอไทย กระโดน ยอป่า มะม่วงหัวแมงวัน ส่วนไม้พื้นล่างได้แก่ หญ้าแพรก โจด และหญ้าชนิดอื่นๆ

ลักษณะภูมิอากาศ

                                หน่วยฯ  อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ  1,500  เมตร  อากาศหนาวเย็นตลอด  หมอกจะมีทั้งกลางวัน  และกลางคืน  ในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว มีภูเขาสูงชันมาก มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น  ลักษณะเป็นป่าดิบเขา  และป่าปลูก    หมู่ไม้และลูกไม้ขึ้นมากจึงทำให้มีอากาศดี  และเป็นแหล่งท่องเที่ยวของทางอำเภอฝาง  จึงมีนักท่องเที่ยวมาบริโภคธรรมชาติมากทุกฤดูกาล

ลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคม 

                                ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นเผ่าจีนฮ่อ  ไทยใหญ่  ปะหล่อง

                                - หมู่บ้านเป้าหมาย

                                1.  บ้านหลวง  ม.5   ต.แม่งอน  อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่ ( จีนฮ่อ )

                                ชาย   712  คน  หญิง  778  คน   รวม  1,499   คน  มี 249  ครัวเรือน

                2.  บ้านคุ้ม  ม.5  ต.แม่งอน  อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่  ( จีนฮ่อ , ไทยใหญ่ )

                                                ชาย 186  คน  หญิง 171  คน  รวม   357   คน  มี  70  ครัวเรือน
                                3.  บ้านปางม้า ม.5   ต.แม่งอน  อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่ ( จีนฮ่อ , ไทยใหญ่ )
                                                ชาย 140 คน  หญิง  145   คน   รวม  285   คน  มี 49  ครัวเรือน

                                4.  บ้านขอบด้ง ม.14  ต.ม่อนปิ่น  อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่ ( มูเซอดำ )

                                                ชาย   155  คน  หญิง 148   คน   รวม  303   คน  มี 72  ครัวเรือน

                                5.  บ้านนอแล ม.14  ต.ม่อนปิ่น  อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่ ( มูเซอดำ )

                                                ชาย   333  คน  หญิง 303   คน   รวม  636   คน  มี  143  ครัวเรือน

                                -  การประกอบอาชีพ

                                ส่วนใหญ่ประชากรในเขตรับผิดชอบของหน่วยฯ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รองลงมาคือ   รับจ้าง,      ค้าขาย, หัตถกรรม, หาของป่า, เลี้ยงปศุสัตว์, เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  โดยอาชีพรับจ้างจะแยกกิจกรรมได้ตามลำดับ  คือ  เกษตรกรรม  งานบริการ  อุตสาหกรรม  ประมงรับจ้าง  บำรุงป่า/รักษาต้นไม้  ช่างฝีมือ และอื่น ๆ  ส่วนสัตว์เลี้ยงส่วนมากจะเลี้ยงไก่  รองลงมาคือ  หมู  ล่อ  ควาย  เป็ดและม้า

                                -  รายได้  รายจ่าย

                                รายได้ของประชากรมาจากอาชีพหลักและอาชีพเสริมที่ทำโดยมีรายได้ / ครัวเรือนเฉลี่ยต่อปีประมาณ  10,000  50,000  บาท  หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน / ปี ประมาณ  5,000  10,000  บาท แสดงให้เห็นว่าประชากรในเขตที่รับผิดชอบของหน่วยฯ  มีความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างดี  มีรายได้โดยเฉลี่ยต่อครัวเรือนมากกว่าหนี้สินที่มีอยู่ และยังสามารถเก็บออมเงินได้ในแต่ละครัวเรือนด้วย ประมาณ  5,000  10,000  บาท  ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดี  มีสภาพคล่องทางการเงินสูง

                                -  การศึกษา

                                ประชากรส่วนมากจะอ่าน  เขียนไม่ได้  เพราะไม่ได้เรียนหนังสือ  แต่ในส่วนที่เรียนก็จะจบในระดับ  .4, .5  .7, .1 .3  ในระดับ  .4  .6  หรือเทียบเท่าและวุฒิปริญญาตรี  มีน้อยมาก

                                -  ศาสนา

                                ประชากรส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธ  แต่ก็มีบางครัวเรือนที่นับถือคริสต์ และผี ซึ่งขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล

                                -  สาธารณสุข

                                ประชากรส่วนมากไม่มีการวางแผนครอบครัว  ทำให้มีสมาชิกในครอบครัวจำนวนมาก  แต่ก็จะมีอยู่บ้างที่มีการวางแผนครอบครัวโดยใช้วิธีกินยาคุมกำเนิด, ฉีดยาคุมกำเนิด, ทำหมันและการใช้ถุงยางอนามัย ส่วนสถานีอนามัยจะตั้งอยู่ที่บ้านหลวง , บ้านสันมะกอก และบ้านปางควาย เท่านั้นซึ่ง  ถือว่ามีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อการให้บริการแก่ประชาชน อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความรู้ในการวางแผนครอบครัว

 

 


เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์ทําอาหาร

แก้ไขล่าสุดเมื่อ: 16 ส.ค. 53 เวลา 14:24:39 น.
จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้: 11037 ท่าน