โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ สะเมิงเหนือ

อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

 

 

 

นายจักรา   ดิษยนันทน์

ทำหน้าที่หัวหน้าโครงการ ฯ สะเมิงเหนือ

 

 

ประวัติความเป็นมา

             เมื่อวันที่  12  มีนาคม  2535  สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรบ้านยั้งเมิน    อำเภอสะเมิง  จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งมีฐานะยากจนและสภาพป่ายังคงอุดมสมบูรณ์อยู่มาก  ทรงมีพระราชดำริ       กับแม่ทัพภาคที่ 3 , ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ         อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ ผู้เกี่ยวข้อง เรื่อง แนวทางการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าไม้       ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง  ดังนี้

1.การอนุรักษ์สภาพป่า โดยรักษาสภาพป่าที่สมบูรณ์ให้คงอยู่ฟื้นฟูสภาพป่า  จัดระเบียบชุมชน             ให้คนอยู่กับป่า ปลูกป่า ดูแลรักษาป่า ให้ความรู้กับราษฎรในการประกอบอาชีพในพื้นที่ป่าโดยไม่ทำลายป่า         ในลักษณะ “บ้านเล็กในป่าใหญ่ ” โดยทรงเน้นว่า “การปลูกป่า คือ การเพิ่มน้ำในดิน ”  โดยพืชที่ปลูก               จะเป็นพืชชนิดใดก็ได้ที่เหมาะสม  โตเร็ว  ทนทาน  สามารถปกคลุมรักษาผิวดินได้

2.ทำการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจกับราษฎรทางสื่อมวลชนทุกประเภท  ให้ทราบถึง ภัยของการตัดไม้ทำลายป่า  ซึ่งจะมีผลถึงการทำลายสภาพแวดล้อม  แหล่งต้นน้ำลำธาร

3.  ขอให้กองทัพภาคที่ 3  จังหวัดเชียงใหม่  สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ    อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ร่วมวางแผนดำเนินการอนุรักษ์สภาพป่าไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง ตลอดจนแก้ปัญหา   ความเดือดร้อนของราษฎร  ในเรื่องพื้นที่ทำกิน  การจัดระเบียบชุมชน และการขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการบริโภค ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2536     โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง  อำเภอสะเมิง  จังหวัดเชียงใหม่                      อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จึงก่อกำเนิดขึ้น  โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายครอบคลุมเฉพาะตำบลยั้งเมินในปีแรก  และ ต่อมา จึงขยายโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง  จนครอบคลุมพื้นที่อำเภอสะเมิง        เกือบทั้งหมด พื้นที่ประมาณ  567,500  ไร่ 

              โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง  อำเภอสะเมิง  จังหวัดเชียงใหม่           อันเนื่องมาจากพระราชดำริ     กำหนดแผนงานไว้  4  แผนงาน  ได้แก่

1.       แผนงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

2.       แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 

3.       แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตและจัดระเบียบชุมชน

                        4.       แผนงานบริหารโครงการ   

ในปี  2545 โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง  อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  มีการปรับปรุงรูปแบบการทำงานให้ประสบความสำเร็จ เป็นรูปธรรม  โดยการเปลี่ยนการบริหารจัดการพื้นที่เป้าหมายในลักษณะบูรณาการทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง         ให้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเน้นกลยุทธ์   3 อ. คือ  อิ่ม  อุ่น  อุดมการณ์  ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไป เป็นผู้จัดการป่าร่วมกับชุมชนในรูปแบบ “สถานีพัฒนาป่าไม้ ”  2  แห่ง  คือ  สถานีพัฒนาป่าไม้บ้านอังคาย      และสถานีพัฒนาป่าไม้บ้านห้วยเต่า

ต่อมาในปี 2551 เพื่อให้การดำเนินงานโครงการฯ มีความครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายมากยิ่งขึ้น จึงได้จัดตั้งโครงการพัฒนาป่าไม้นามตามแนวพระราชดำริสะเมิงเหนือ และโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริสะเมิงใต้ ขึ้น โครงการพัฒนาป่าไม้นามตามแนวพระราชดำริสะเมิงเหนือ จึงได้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริสะเมิงเหนือ  อำเภอสะเมิง  จังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินงานตามกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ 

1.กิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

โครงการฯ  ได้ดำเนินกิจกรรมการปลูกป่า  เช่น  ป่าหวาย , ป่า   3  อย่าง  ประโยชน์   4  อย่าง     ปลูกป่าเสริมในพื้นที่รับผิดชอบ  ส่งเสริม และสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่รับผิดชอบ นำไปปลูกในพื้นที่ทำกิน  พื้นที่ป่า และสถานที่สาธารณะของชุมชน  กิจกรรมประชาสัมพันธ์ป้องกันรักษาป่า  ลาดตระเวนป้องกันรักษาป่า      ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ  กิจกรรมการทำแนวกันไฟ  จัดสร้างฝายชะลอความชุมชื้นในพื้นที่รับผิดชอบ เป็นต้น

2.กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต

โครงการฯ ได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมให้ราษฎรมีแหล่งอาหารโปรตีนไว้บริโภค  โดยการแจกจ่ายพันธุ์ปลาน้ำจืด  ปล่อยตามแหล่งน้ำของชุมชน ให้ราษฎรเลี้ยงไว้เพื่อบริโภค  ซ่อมบำรุงเส้นทางคมนาคม เข้าสู่พื้นที่ทำกินของราษฎรและทางเข้าที่ทำการโครงการฯ  เป็นต้น

3.กิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 

  โครงการฯ ได้ดำเนินกิจกรรมด้านงานประชาสัมพันธ์เพื่อป้องกันรักษาป่า  ป้องกันไฟป่า  ประสานงานและให้ความร่วมมือกับส่วนราชการ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ผู้นำชุมชน ในการ ดำเนินกิจกรรม      ในด้านการส่งเสริมให้ประชาชนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ

          การดำเนินงานของโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริสะเมิงเหนือ  ในแต่ละงาน  มีหลักการและแนวทางเหมือนกัน  คือ  “ให้คนอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติ  ดิน  น้ำ  ป่าไม้  และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเกื้อกูล       และยั่งยืน  ชุมชนสามารถวางแผนและมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อมในชุมชนให้มีความเหมาะสม  สอดคล้อง  กับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน  อันจะส่งผลให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน แก่ชุมชนและ สิ่งแวดล้อมตลอดไป” 

 

ที่ตั้งโครงการ

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริสะเมิงเหนือ   อำเภอสะเมิง  จังหวัดเชียงใหม่   ตั้งอยู่ในพิกัด  47 QMA 0470518  UTM 2098174   ระวางแผนที่   1 : 50,000    ชุด   L7017   ประกอบด้วย ระวางแผนที่  4  ระวาง  ( 4746 - 1 , 4746 - 4 , 4747 - 2  และ  4747 - 3 )  ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  633  เมตร   ท้องที่บ้านป่าลาน  หมู่ที่ 4  ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง       ห่างจากที่ว่าการอำเภอสะเมิง  ระยะทางประมาณ   25    กิโลเมตร 

 

ข้อมูลพื้นฐานตำบลสะเมิงเหนือ                     

ตำบลสะเมิงเหนือ   มีพื้นที่รวม   ประมาณ      89,375     ไร่  หรือ     160     ตารางกิโลเมตร

อาณาเขตติดต่อ

          ทิศเหนือ               ติดต่อกับตำบลป่าแป๋             อำเภอแม่แตง        จังหวัดเชียงใหม่

          ทิศใต้                   ติดต่อกับตำบลสะเมิงใต้         อำเภอสะเมิง          จังหวัดเชียงใหม่

          ทิศตะวันออก          ติดต่อกับตำบลแม่แรม           อำเภอโป่งแยง        จังหวัดเชียงใหม่

          ทิศตะวันตก            ติดต่อกับตำบลแม่สาบ           อำเภอสะเมิง         จังหวัดเชียงใหม่

 

ลักษณะภูมิประเทศ

        ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ส่วนใหญ่  ของตำบลสะเมิงเหนือ  เป็นภูเขาสลับซับซ้อน  ตามแนวเหนือใต้ และปกคลุมด้วยป่าไม้  ประมาณ  80  %  ของพื้นที่ทั้งหมด  มีพื้นที่ราบตามบริเวณหุบเขาซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐาน    ของชุมชน  พื้นที่ที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร  และเป็นต้นกำเนิดของลุ่มน้ำสะเมิง ได้แก่ ลำน้ำแม่สะเมิง ลำน้ำแม่แพะ  ลำน้ำแม่ปะ  และ ลำน้ำห้วยแม่ป้อก  ซึ่งลำน้ำต่างๆเหล่านี้ ได้ไหลลงสู่แม่น้ำสะเมิง  น้ำแม่ขาน  และ แม่น้ำปิง  ตามลำดับ  โดยพื้นที่ทั้งหมด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  อยู่ระหว่าง   500  -  1,420  เมตร

 

สภาพภูมิอากาศ           

ตำบลสะเมิงเหนือมีพื้นที่เป็นภูเขาสูง แวดล้อมไปด้วยป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี  อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด  35  องศาเซลเซียส  อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด  10  องศาเซลเซียส  ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี  อยู่ระหว่าง  1,200 –1,500   มิลลิเมตร        

 

สภาพป่าไม้    

พื้นที่ป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 75.13 ของพื้นที่ป่าทั้งหมด หรือประมาณ  151.85 ตารางกิโลเมตร  มีลักษณะของป่าเป็นป่าโปร่งและมีไม้ไผ่ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย เป็นป่าที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความสูง  ไม่เกิน  800  เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ต้นไม้ส่วนใหญ่จะพลัดใบในฤดูแล้ง  ไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะเป็นไม้เนื้อแข็ง ซึ่งจะอยู่ในป่าประเภทนี้เป็นส่วนใหญ่  อาทิเช่น  ไม้สัก  ไม้มะค่าโมง  ไม้ประดู่  ไม้ชิงชัน  ไม้ตะแบก  เป็นต้น

          ป่าดิบเขา มีอยู่ประมาณร้อยละ 6.91 ของพื้นที่ หรือประมาณ 8732.06 ไร่ เป็นป่าชนิดไม่พลัดใบ        อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป มีความโปร่งมากกว่าป่าดงดิบ แต่จะเขียวชอุ่มตลอดปี  มีอากาศเย็น มีความชื้นสูง ป่าชนิดนี้ มีความสำคัญต่อต้นน้ำลำธารเป็นอย่างมาก  พันธุ์ไม้ที่พบ  ได้แก่  ไม้ในวงศ์ก่ออบเชย  เป็นต้น  ไม้ชั้นล่าง  มีตระกูลกุหลาบป่า  ผักกูด  กล้วยไม้ดิน  มอสชนิดต่างๆ  หรือ ข้าวตอกฤาษี  เป็นต้น

 

การใช้ประโยชน์จากที่ดิน 

ป่าเบญจพรรณ               เป็นพื้นที่ร้อยละ         75.13

ป่าดิบเขา                      เป็นพื้นที่ร้อยละ          6.91

พื้นที่เกษตรกรรม             เป็นพื้นที่ร้อยละ        16.98

ไร่ร้าง                           เป็นพื้นที่ร้อยละ          0.28

ไร่เลื่อนลอย                    เป็นพื้นที่ร้อยละ          0.61

แหล่งน้ำ                        เป็นพื้นที่ร้อยละ          0.09

 

สัตว์ป่าและแหล่งอาหาร

 

              สัตว์ป่าในพื้นที่ปัจจุบันเหลืออยู่น้อยมาก  เนื่องจากถูกแผ้วถางทำลายที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร และ       ถูกล่าจากราษฎร  ทั้งชาวบ้านที่อยู่อาศัยรอบๆป่า  ตลอดจนชาวเขาที่อยู่อาศัยและอยู่ในพื้นที่ตอนบน             จะมีเหลืออยู่บ้างก็เป็นสัตว์ขนาดเล็ก  สัตว์กินพืช  เช่น  เก้ง  หมู่ป่า  กระต่ายป่า  ยังพบเห็นอยู่บ้าง    สัตว์ที่อยู่บนต้นไม้  เช่น  ลิง  ชะนี  กระรอก  กระแต  พวกนก  มีเหยี่ยว  ไก่ป่า  นกขมิ้น  นกหัวขวาน  นกแก้ว  นกปรอท             นกพญาไฟ   และ นกเล็กๆชนิดต่างๆอีกมาก  บนพื้นที่ป่ามีสัตว์จำพวกเลื้อยคลาน  ได้แก่   งูชนิดต่างๆ    เช่น  งูเหลือม  งูเห่า  กิ้งก่า  จิ้งเหลน  ตะกวด  และพวกที่ขุดรูอยู่ในดิน  ได้แก่  อ้น  ตุ่น  หนู  เม่น  พวกแมลง     มีผีเสื้อชนิดต่างๆ  และ ผีเสื้อยักษ์  พวกแมลงปอ  แมลงปีกแข็งชนิดต่างๆ  แหล่งอาหารของสัตว์ป่า        จะมีอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับแหล่งน้ำหุบห้วยต่างๆ เพราะสัตว์จะอาศัยกินลูกไม้ และดินโป่ง

 

สภาพหมู่บ้าน    

              เนื่องจากราษฎรในพื้นที่ชุมชนเป็นชาวไทยพื้นเมือง ซึ่งมีการจัดตั้งหมู่บ้าน และ ชุมชนมาเป็นเวลานานแล้ว  การสร้างอาคารบ้านเรือนจึงเป็นแบบถาวรมั่นคง  แข็งแรง  ในปัจจุบัน แต่ละหมู่บ้าน จะมีการขยายชุมชน       เป็นหย่อมบ้านเล็กๆ หลายหย่อมบ้าน

 

ข้อมูลทางสังคม       

         ตำบลสะเมิงเหนือ มีนายอินทรัตน์ สายฟองมูล เป็นกำนัน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ องค์การบริหารส่วนตำบลสะเมิงเหนือ  มีนายประภัสสร โลโท  เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล มีจำนวนประชากร   รวม  3,349  คน  แยกเป็นชาย  จำนวน  1,740  คน  เป็นหญิง จำนวน  1,609  คน จำนวนครัวเรือน  1,219  ครัวเรือน   จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง  จำนวน   2,865   คน

การปกครองในเขตพื้นที่ตำบลสะเมิงเหนือ    แบ่งการปกครองเป็น   6   หมู่บ้าน    ดังนี้

      หมู่ที่  1  บ้านแม่เลย         :    จำนวน   134   ครัวเรือน    :      ผู้ใหญ่บ้าน   นางสายสมร      ธิดิน

      หมู่ที่  2  บ้านแม่แพะ        :    จำนวน   144   ครัวเรือน    :      ผู้ใหญ่บ้าน   นายสมชาย       อินไชย  

      หมู่ที่  3  บ้านโป่งกวาว       :    จำนวน   200   ครัวเรือน    :      ผู้ใหญ่บ้าน   นายสมบูรณ์     ธิดิน  

      หมู่ที่  4  บ้านป่าลาน         :    จำนวน   275   ครัวเรือน    :      ผู้ใหญ่บ้าน   นายอินทรัตน์   สายฟองมูล

      หมู่ที่  5  บ้านป้อก            :    จำนวน   363   ครัวเรือน    :      ผู้ใหญ่บ้าน   นายอินปั๋น        แก้วมา 

      หมู่ที่  6  บ้านแม่ปะ          :    จำนวน   103   ครัวเรือน     :      ผู้ใหญ่บ้าน   นายดำเนิน       ไชยชนะ

 

การประกอบอาชีพของราษฎร

               ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม  คือ  ทำนา  และ  ปลูกพืชไร่บางส่วน  เช่น  ข้าวโพด  ถั่วลิสง  เผือก  มัน  และพืชอื่นๆ ที่มีบริษัทเอกชนเข้ามาส่งเสริมให้ราษฎรปลูกเป็นรายได้เสริม หลังจาก  เก็บเกี่ยวข้าว หรือพืชไร่แล้วเสร็จ ซึ่งได้แก่ มะเขือสีม่วง ถั่วแขก มะเขือเทศ ไม้ดอกไม้ประดับ เป็นต้น ด้านการเลี้ยงสัตว์  เนื่องจาก พืชอาหารสัตว์   มีน้อย และ พื้นที่ราบสำหรับการปศุสัตว์ ( โค , กระบือ ) มีไม่เพียงพอ        จึงมีการเลี้ยงแบบปล่อยให้หากินเองในป่าธรรมชาติ 

 

การคมนาคม

              เส้นทางสายหลัก  ระหว่างตัวอำเภอสะเมิง กับตำบลสะเมิงเหนือ  ระยะทาง   25   กิโลเมตร            เป็นถนนลาดยาง     21    กิโลเมตร    และเป็นถนนพื้นอ่อน    4    กิโลเมตร

               เส้นทางสายบ้านแม่ปะ  หมู่ที่ 6  กับบ้านแม่ขิ   ตำบลแม่แรม   อำเภอแม่ริม   ระยะทาง    6   กิโลเมตร  สภาพถนนเป็นถนนดินอ่อน    

                เส้นทางสายบ้านป้อก  หมู่ที่ 5  กับบ้านโป่งไคร้  ตำบลโป่งแยง  อำเภอแม่ริม  ระยะทาง    20   กิโลเมตร  สภาพถนนเป็นพื้นดินอ่อนตลอดสาย  ทำให้มีความลำบากมากในช่วงฤดูฝน

                เส้นทางถนนเชื่อมระหว่าง บ้านน้ำริน หมู่ที่ 2 ตำบลสะเมิงใต้ - บ้านแม่เลย  หมู่ที่ 1  ตำบลสะเมิงเหนือ  ระยะทาง  35  กิโลเมตร  สภาพเป็นถนนลาดยาง  10  กิโลเมตร   ถนนดินลูกรัง    25   กิโลเมตร

                เส้นทางถนนสาย  บ้านนาฟาน  หมู่ที่ 4  ตำบลสะเมิงเหนือ  -  บ้านแม่ตุงติง  หมู่ที่ 5  ตำบลแม่สาบ  ระยะทาง  5  กิโลเมตร  เป็นถนนลาดยาง   2   กิโลเมตร  ถนนดินพื้นอ่อน   3   กิโลเมตร 

 

 

สภาพปัญหาของตำบล

§  ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน

-           การคมนาคมไม่สะดวก

-           ขาดแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ที่ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ของกรมอนามัย

§   ปัญหาด้านการผลิต  การตลาด  รายได้และการมีงานทำ

-          เกษตรกรไม่ได้รับความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ๆทางการเกษตร อันเนื่องมาจากขาดการส่งเสริม   สนับสนุน จากหน่วยงานรัฐ  ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ  ไม่มีคุณภาพ

§  ปัญหาน้ำใช้เพื่อการเกษตร

-                   ปัญหาแหล่งน้ำมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในการเกษตรกรรม

-                   ขาดระบบชลประทาน ( คลองส่งน้ำ ) ที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร

§  ปัญหาด้านความรู้เพื่อการปรับปรุงคุณภาพชีวิต

                -            ระดับการศึกษาและโอกาสทางการศึกษาของราษฎรยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

-                   ขาดการให้ความรู้ด้านคุณภาพชีวิตแก่ราษฎร

§  ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

-                   ดินที่ใช้ทำการเกษตรขาดความสมบูรณ์  ไม่มีคุณภาพ  เสื่อมสลายและถูกชะล้าง

-                   สารเคมีตกค้างตามแหล่งน้ำ  และที่ดินการเกษตร

-                   แหล่งน้ำสำคัญที่ใช้ในการเกษตรตื้นเขินเนื่องจากมีการทับถมของตะกอนดิน และทราย

-                   การพังทลายของหน้าดิน  บริเวณที่ดินใกล้แหล่งน้ำ  อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก

              -                   เกิดอุทกภัยในช่วงฤดูฝน สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ทำการเกษตร และที่อยู่อาศัยของราษฎร   ที่สร้างอยู่ใกล้แหล่งน้ำ

             -  ป่าไม้ถูกทำลาย  จากการบุกรุกพื้นที่เพื่อใช้เป็นที่ทำกิน  และการลักลอบตัดไม้เพื่อใช้สอยและการค้า

             -                   ปัญหาการเกิดไฟป่า

§  ปัญหาด้านยาเสพติด

-                   การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน - นักเรียน

 

 

 

ตำบลสะเมิงเหนือ  ประกอบด้วย   6   หมู่บ้าน    ดังนี้

บ้านแม่เลย  หมู่ที่ 1   ต.สะเมิงเหนือ  อ.สะเมิง  จ.เชียงใหม่

 

บ้านแม่เลยก่อตั้งมานานนับร้อยปีมาแล้ว มีแม่น้ำแม่เลยซึ่งมีต้นกำเนิดจาก  “ ม่อนอังเกตุ ” ยอดเขา        ที่สูงที่สุดในอำเภอสะเมิงไหลผ่าน  ชาวบ้านจึงเรียกชื่อหมู่บ้านตามชื่อแม่น้ำแม่เลย

          เดิมชาวบ้านอพยพมาจากหลายพื้นที่  ได้แก่  บ้านโป่งกวาว  อ.สะเมิง  บ้านแม่ขะจาน  อ.แม่แตง        บ้านกองมอม  อ.แม่ริม  บ้านหนองควาย  อ.หางดง  มาตั้งถิ่นฐานประกอบอาชีพทำสวนเมี่ยง  รวม  2  หย่อมบ้าน  หย่อมบ้านปางในมีอุ้ยแบนเป็นแกนนำ  หย่อมบ้านปางนอก   มีพ่อหนานคำเป็นแกนนำ

          เมื่อประมาณปี  พ.ศ.  2475  ราษฎรในหมู่บ้านได้นำเนื้อเก้งมาทำอาหารกินกัน  แล้วล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุ  ชาวบ้านที่รอดชีวิตได้พากันอพยพกลับถิ่นฐานเดิมทิ้งเป็นหมู่บ้านร้าง  ต่อมาประชากรกลุ่มเดิมได้อพยพกลับมาอีกครั้งโดยหย่อมบ้านปางในมีพ่ออุ้ยดวง วงศ์จินา หย่อมบ้านปางนอก  มีแม่อุ้ยติ๊บ  สุรามิตร  และ  หย่อมบ้านปางพะโอ  มีพ่ออุ้ยหล้า  สาขาเรือน  เป็นแกนนำ  จากนั้นได้ขยายพื้นที่ทำกินก่อสร้างบ้านเรือนเป็นหมู่บ้านดังเดิม

ลักษณะทั่วไป

          บ้านแม่เลยอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสะเมิงเป็นระยะทางประมาณ  40  กิโลเมตร  พื้นที่หมู่บ้าน          เป็นภูเขาลาดชัน  80 %  พื้นที่ราบ  20 %  จึงตั้งบ้านเรือนตามที่ลาดเชิงเขา  ลักษณะเป็นหย่อมบ้าน              จำนวน  3  หย่อมบ้าน  

พื้นที่ของหมู่บ้าน

          เป็นที่อยู่อาศัย             110     ไร่                เป็นที่ป่าอนุรักษ์ชุมชน                         500     ไร่

          เป็นที่ดินทำกิน             900     ไร่                เป็นที่ป่าสงวน ภูเขา                           2,000   ไร่

 

อาณาเขต

          ทิศเหนือ           ติดกับ บ้านนาเลย ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

          ทิศใต้               ติดกับ บ้านแม่แพะ ต.สะเมิงเหนือ อ.สะเมิง

          ทิศตะวันออก      ติดกับ บ้านป่ายางหนาด ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง

          ทิศตะวันตก        ติดกับ บ้านกิ่วถ้วย ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

 

อาชีพ

          ราษฎรในหมู่บ้านประกอบอาชีพการทำสวนเมี่ยง (ใบชา) เป็นอาชีพหลัก  มีการขายพื้นที่ปลูกกาแฟเพิ่มขึ้นและการเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพรอง  ได้แก่การเลี้ยงวัว  สุกร  และ ไก่  เป็นต้น

ศาสนา

          ราษฎรในหมู่บ้านนับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกับคนเมือง ( คนไทยภาคเหนือ ) ทั่วไป

 

สภาพทางเศรษฐกิจ

          บ้านแม่เลยเป็นหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ  3  ราษฎรประกอบอาชีพการทำสวนเมี่ยง    และ การหมักเมี่ยง  การปลูกกาแฟ  และการเลี้ยงสัตว์

        -  การทำเมี่ยง     80     ครัวเรือน            -  ตีเหล็ก  (มีด จอง ขวาน )      1      ครัวเรือน

        -  จักสาน            2     ครัวเรือน            -  ทำไม้กวาดดอกหญ้า             1       ครัวเรือน   

 

วัฒนธรรม /ประเพณี

          มีวัฒนธรรมประเพณีเช่นเดียวกับคนพื้นราบ (คนเมือง) ทางภาคเหนือทั่วไป  ได้แก่ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง (สงกรานต์)  ประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทง)  ประเพณีเข้าพรรษา  ออกพรรษา และประเพณีการเลี้ยงผีปู่ย่า

สถานที่ท่องเที่ยว

          หมู่บ้านแม่เลยอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสะเมิง  มีอากาศเย็นสบาย  ตลอดปีเหมาะแก่การท่องเที่ยวชมวิธีชีวิตชุมชน

 

 

ลักษณะการตั้งบ้านเรือน  บ้านแม่เลย

 

 

ลักษณะภูมิประเทศ  ของบ้านแม่เลย

 

 

บ้านแม่แพะ  หมู่ที่ 2  ต.สะเมิงเหนือ  อ.สะเมิง  จ.เชียงใหม่

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

บ้านแม่แพะเริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2327  โดยมีพ่อน้อย   นันธิ เป็นผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน           โดยได้อพยพมาจากอำเภอสันป่าตอง แต่เดิมพื้นที่บ้านแม่แพะเป็นพื้นที่ทำไร่  ทำสวน โดยเฉพาะการทำไร่เมี่ยง   ป่าเดิมส่วนใหญ่เป็นป่าแพะ  มีการทำกินบริเวณริมห้วยแม่แพะ  ต่อมา มีการขยายพื้นที่ทำกินเพราะจำนวนประชากรมากขึ้น  กอปรกับให้มีการจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นประมาณปี  พ.ศ. 2470  จึงตั้งชื่อหมู่บ้านตามชนิดของป่า  และได้มีผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ นายแก้ว    บุญเป็ง

ประชากร

บ้านแม่แพะมีประชากรทั้งหมด    จำนวน   144    ครัวเรือน มีจำนวนประชากร ทั้งหมด 436 คน         เป็นชาย  231 คน เป็นหญิง  205  คน   ประชากรทั้งหมดเป็นคนพื้นเมือง

*** ข้อมูลทะเบียนราษฎร์    กันยายน  2552      

ลักษณะการตั้งบ้านเรือน

บ้านแม่แพะ ตั้งอยู่ในท้องที่ หมู่ 2 ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่  ตั้งอยู่                ที่พิกัด X  0469200  และ พิกัด Y2101450  และ มีพื้นที่สูงจากน้ำทะเลปานกลาง  เฉลี่ยประมาณ 850 - 1,400  เมตร   ชุมชนบ้านแม่แพะ มีลักษณะ การตั้งบ้านเรือนตามบริเวณ สองข้างถนนตลอดระยะสองข้างทางหมู่บ้าน      ประมาณ   2   กิโลเมตร  บ้านเรือนส่วนใหญ่หลังคามุงกระเบื้อง

 

อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ        ติดกับ    บ้านแม่เลย                 หมู่ที่ 1   ต.สะเมิงเหนือ  อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

ทิศใต้            ติดกับ    บ้านแม่แพะพะคะวัม     หมู่ที่ 4   ต.สะเมิงเหนือ  อ.สะเมิง   จ. เชียงใหม่     

ทิศตะวันออก   ติดกับ    บ้านโป่งกวาว              หมู่ที่ 3    ต.สะเมิงเหนือ  อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

ทิศตะวันตก     ติดกับ    บ้านทุ่งยาว                หมู่ที่ 10  ต.แม่สาบ  อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

          มีลักษณะการแบ่งเขตภายในหมู่บ้านเป็นหย่อมบ้าน   ซึ่งแต่ละหย่อมบ้านจะมีระยะทางห่างกัน  ได้แก่    แม่แพะบ้านดง   แม่แพะบ้านวัด  แม่แพะเหล่าขุมเงิน   แม่แพะบ้านโต้ง  และแม่แพะบ้านใหม่

ลักษณะภูมิอากาศ

 

ลักษณะภูมิอากาศ มีอากาศหนาวเย็นในตอนกลางคืน อากาศอบอุ่น ในช่วงเวลากลางวัน                 และลมค่อนข้างแรงในฤดูหนาว โดยเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี อุณหภูมิต่ำสุด ประมาณ  6  องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด  ประมาณ  34  องศาเซลเซียส  ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน จนถึงต้นเดือนตุลาคม รวมระยะเวลา 5 เดือน ฝนตกซุกที่สุด  ในช่วงเดือนสิงหาคม               ถึง  เดือนกันยายน ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ถึงกลางเดือน พฤษภาคม อากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเดือนเมษายน

 

ลักษณะภูมิประเทศ

บ้านแม่แพะ มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีพื้นที่ป่าเหลือน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ  8500- 1,400  เมตร    สภาพป่าโดยทั่วไป  เป็นป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ  มีลักษณะเนื้อดินเป็นดินลูกรัง และ ดินร่วนซุย

การประกอบอาชีพ / รายได้

ประชากรส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพทำการเกษตรโดยเฉพาะ พืชล้มลุกและพืชอายุสั้น ได้แก่ กะหล่ำปลี ผักกาดขาว  ถั่วแขก  แตงกวา  คะน้า  ปวยเล้ง  ข้าวโพดหวานเป็นต้น และ        มีการเลี้ยงสัตว์บ้างบางส่วน ได้แก่   หมู ไก่ กระบือ โค มีร้านค้าในชุมชน 6 แห่ง รายได้ของประชากรส่วนใหญ่        อยู่ในช่วง 20,000 –40,000 บาท / ปี / ครัวเรือน  ภาระหนี้สินอยู่ในช่วง 5,000 –200,000 บาท / ครัวเรือน          

·       คนในชุมชนเกือบ  100  %  ประกอบอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก  พืชหลัก  ได้แก่  กะหล่ำปลี   ผักกาดขาว  แตงญี่ปุ่น  ข้าวโพดหวาน ถั่วแขก และผักเมืองหนาวทั่วไป

·       ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสนับสนุนให้คนในชุมชนปลูกพืชผักเพื่อส่งขายให้ทางโครงการหลวง

·       รายได้ของคนในชุมชนส่วนใหญ่ต่ำกว่า 30,000 /คน/ปี ( ตามเกณฑ์ จปฐ.  ปี 2550 )

·       สัตว์เลี้ยงที่ประชาชนนิยมเลี้ยง  ได้แก่ วัว  ควาย  ไก่  หมู

การเมืองการปกครอง

ลักษณะรูปแบบการปกครองในชุมชน

บ้านแม่แพะแบ่งการปกครองออกเป็น  หมวด  (หมวดวัด ) เพื่อความสะดวกในการปกครอง  โดยมี  หัวหน้าหมวดเป็นผู้ดูแลและประสานงานกิจกรรมต่าง ๆ  ในชุมชนทุก ๆ ด้าน และใช้รูปแบบ การปกครองถูกต้องตามลักษณะการปกครองท้องที่ โดยมีผู้ใหญ่บ้าน  คณะกรรมการหมู่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลร่วมกันดูแล

 

รายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้าน   

 

ลำดับที่

ชื่อ  -  สกุล

ตำแหน่ง

1

นายสมชาย       อินไชย

ผู้ใหญ่บ้าน

2

นายบุญรัตน์      ทะนา  

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

3

นายบุญปัน       กำลังทน

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

4

นายบุญส่ง        เรือนคำฟู

เหรัญญิกวัด

5

นายเกตุ              ไชยบุตร

กรรมการ

6

นายสว่าง         จันทร์ตะมงคล

กรรมการ

7

นายสว่าง         จันทร์ตะมงคล  

กรรมการ

8

นายอินผล        สายพรม

กรรมการ

9

นายบุตร          ปันมูล

กรรมการ

10

นายก๋องนา       เครือแดง

กรรมการ

11

นายศรีทน        ก๋องรัตน์

กรรมการ

12

นายบุญศรี       อุปัญญาโน

กรรมการ

13

นายเฉลิม         ภานุปัญญา      

กรรมการ

 

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ และป่าดิบเขา  ชนิดพันธุ์ไม้    ในป่าเบญจพรรณสำคัญ   ได้แก่   ไม้สัก  ไม้ประดู่  ไม้ตุ๋มเต๋น ไม้จำปีป่า   ไม้ก่อ  และไม้ไผ่ซาง และป่าดิบเขาซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล          1,000  เมตรขึ้นไป ไม้ที่พบส่วนใหญ่ต้นสน  ไม้สน  ไม้ก่อเดือย          ส่วนไม้ชั้นล่างได้แก่  เป้ง  ขมิ้นต้น  กระชาย  และ กล้วยไม้พื้นเมือง    เช่น  ฟ้ามุ่ย  เอื้องแซะ  เอื้องคำ  เป็นต้น

การใช้ประโยชน์ที่ดิน

บ้านแม่แพะมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ  20,416  ไร่ จำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดิน  ออกเป็น

-  พื้นที่ป่า    2,868    ไร่    แบ่งออกเป็น   ป่าดิบเขา    1,569    ไร่    ป่าเบญจพรรณ    1,299    ไร่        

-  พื้นที่ทำกินมากที่สุด   4,478    ไร่ 

-  พื้นที่ไร่ร้าง   44   ไร่ 

-  พื้นที่เลื่อนลอย  30  ไร่  

-  ตั้งอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ 1 B  มากที่สุด  8,217 ไร่  รองลงมาคือชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 2 จำนวน  4,343  ไร่

บ้านโป่งกวาว   หมู่ 3   ต.สะเมิงเหนือ   อ.สะเมิง    จ.เชียงใหม่

          บ้านโป่งกวาว  ตั้งอยู่ท้องที่หมู่ที่  3  ตำบลสะเมิงเหนือ   อำเภอสะเมิง   จังหวัดเชียงใหม่  ที่จุดพิกัด  47  QMP  988717 อยู่ในระวางแผนที่  4746 IV   ขึ้นกับการปกครองส่วนท้องถิ่น  องค์การบริหารส่วนตำบลสะเมิงเหนือ และ  เป็นหมู่บ้านที่อยู่ต้นน้ำแม่สะเมิง

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านโป่งกวาว

          ความเป็นมาของชื่อบ้านโป่งกวาว กล่าวคือ  ได้มีต้นทองกวาวต้นหนึ่ง มีขนาดใหญ่พอสมควร              ขึ้นสูงตระหง่านสร้างความร่มเย็นตรงทิศตะวันออกของหมู่บ้าน และ ต้นทองกวาวต้นนี้แตกกิ่งก้านสาขามากมาย   เป็นที่พักอาศัยของคนและสัตว์ในยามแล้ง และ บริเวณใกล้กับต้นทองกวาวได้มีบริเวณต้นโป่งและได้มีน้ำร้อนออกมาจากบริเวณดินโป่ง  ดังนั้นเมื่อมีการจัดตั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงได้นำชื่อทั้งสองอย่างมารวมกันว่า                  บ้านโป่งกวาว   มาตราบจนทุกวันนี้     *  พ่อหนานก้อนแก้ว   วิชัยโน ผู้ให้ข้อมูล  10  ตุลาคม  พ.ศ. 2550

ประชากร

ประชากรในชุมชนรวมทั้งหมด  จำนวน   380   คน  โดยแยกเป็นชาย   303  คน  หญิง   265  คน         จำนวนครัวเรือนทั้งหมด    200     ครัวเรือน     * ข้อมูลทะเบียนราษฎร์    กันยายน   2552

อาณาเขตติดต่อ

          ทิศเหนือ          ติดกับ    ตำบลป่าแป๋  อำเภอแม่แตง  จังหวัดเชียงใหม่

          ทิศใต้             ติดกับ    บ้านป่าลาน หมู่ 4  ตำบลสะเมิงเหนือ  อำเภอสะเมิง

          ทิศตะวันออก     ติดกับ    บ้านพระบาทสี่รอย  ตำบลสะลวง  อำเภอแม่ริม

          ทิศตะวันตก       ติดกับ    บ้านแม่แพะ หมู่ 2  ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง

 

โครงสร้างพื้นฐาน

          ถนน    บ้านโป่งกวาวอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสะเมิง  24  กิโลเมตร การเดินทางสามารถเดินทาง     โดยรถยนต์เข้าหมู่บ้านได้   ลักษณะถนนเป็นถนนลาดยางตลอดสาย  ระยะเวลาเดินทางประมาณ  50 -60 นาที

          ไฟฟ้า   ชุมชนมีไฟฟ้าใช้เมื่อปี พ.ศ.  2530   ปัจจุบันมีไฟฟ้าใช้ทุกครัวเรือน

 

สภาพทางสังคม

ระดับการศึกษาของประชาชน   ตามข้อมูล จปฐ.1พบว่า

                -   เด็กอายุระหว่าง  6 –15 ปี   ได้เรียนชั้น ป.1  ถึง  ม.3   มีจำนวน   36   คน  คิดเป็นร้อยละ 100   ของการสำรวจ

-   เด็กที่จบชั้น ม.3  ได้เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6)  หรือเทียบเท่า มีจำนวน    15   คน

-   คนอายุ   15 -  60   ปี  อ่านออกเขียนได้  จำนวน  221   คน อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้    21    คน

              คิดเป็นร้อยละ  91.32

สถาบันการศึกษา

          เด็กนักเรียนได้เดินทางไปเรียนที่โรงเรียนบ้านป่าลาน หมู่ที่ 4 ระยะทางประมาณ   2.5  กิโลเมตร    เดินทางโดยรถรับส่งนักเรียนที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลสะเมิงเหนือสนับสนุน

 

สถาบัน/องค์กรทางศาสนา

         บ้านโป่งกวาว  มีวัดอยู่  2  แห่งคือ  วัดต้นตันและวัดศาลาโป่งกวาว  

         วัดต้นตันสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.  2248   ปัจจุบันมีพระภิกษุสามเณร     3    รูป

          และ วัดศาลาโป่งกวาว   สร้างเมื่อประมาณปี  พ.ศ.  2250  ปัจจุบันมีพระภิกษุสามเณร    1    รูป

วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ

          คนในชุมชนส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อเรื่อง บาปบุญคุณโทษ การทำดี ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว และความเชื่อเรื่องผีต่าง ๆเช่น ผีปู่ย่า  ผีปู่แกน ย่าแกน  ผีพ่อเกิดแม่เกิด  ผีบ้านผีเรือน  เป็นต้น

          ส่วนวัฒนธรรมประเพณีนั้นยังคงมีการประกอบกิจกรรมตามประเพณีประจำปีของทางพื้นเมืองภาคเหนือ

 

สภาพเศรษฐกิจ/การประกอบอาชีพ รายได้และการออม

·          ประชากรในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก  พืชหลักคือ  ข้าวนาปี  พืชผลทางการเกษตร  คือ  มะเขือม่วง  ถั่วลิสง    ถั่วแระญี่ปุ่น  รองลงมาคือการเลี้ยงสัตว์  ได้แก่  วัว   ควาย   หมู   ไก่

·          รายได้ของคนในชุมชนเฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงกว่า 30,000 บาท ต่อคนต่อปี  ( ฐานข้อมูล จปฐ. ปี 2552)

·          การออมเงิน คนในชุมชนส่วนใหญ่ จะออมโดยผ่านกลุ่มออมทรัพย์ที่มีอยู่ในชุมชน รองลงมา          คือ  สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

การปกครอง

          บ้านโป่งกวาวตั้งอยู่ท้องที่อำเภอสะเมิง  ขึ้นกับการปกครองส่วนท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนตำบลสะเมิงเหนือ  มีลักษณะการปกครองในชุมชนในรูปแบบคณะกรรมการหมู่บ้านและคณะกรรมการหมวดวัด ซึ่งมีทั้งหมด 12 หมวด รวมทั้ง 2  วัด  โดยมีวัดศาลาโป่งกวาว   มี   9  หมวด  และ วัดต้นตันมี  3  หมวด  

          บ้านโป่งกวาวมี  2  หย่อมบ้านคือ  บ้านโป่งกวาว กับบ้าน ทุ่งแขว่น

 

การสาธารณสุข

·       ประชากรในชุมชนใช้บริการสถานีอนามัยบ้านป่าลาน  หมู่ที่  4 ในชุมชนมีอาสาสมัคร (อสม.)  18   คน  ในการดูแลสุขภาพในชุมชนเบื้องต้น

·       น้ำดื่ม  ส่วนใหญ่บริโภคจากบ่อน้ำตื่น  น้ำประปาภูเขา  น้ำดื่มบรรจุขวด

·       น้ำใช้ได้แก่  น้ำประปาภูเขา

·       การใช้ส้วม  ทุกครัวเรือนมีส้วมซึมใช้

·       การจัดการขยะ  ในชุมชนมีบ่อขยะ  2   บ่อ และ บ่อของสารเคมี   1  บ่อ

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          บ้านโป่งกวาวมีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ  20,000  ไร่  เป็นพื้นที่ป่าประมาณ  15,000  ไร่ และ เป็นพื้นที่    ทำการเกษตรและ ที่อยู่อาศัยประมาณ  5,000  ไร่  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน  มีความสูง                  จากระดับน้ำทะเล  ประมาณ   600 -  900  เมตร

          สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดิบแล้ง  ป่าเบญจพรรณ  ป่าเต็งรัง  ไม้เศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่  ไม้สัก            ไม้ประดู่  ไม้จำปี  ไม้ยาง  ไม้ตะเคียน  ไม้ก่อ เป็นต้น

          ลักษณะของเนื้อดิน  เป็นดินร่วนซุยและดินลูกรัง

 

แหล่งน้ำ  อาศัยแหล่งน้ำจากลำน้ำแม่สะเมิง และ อ่างเก็บน้ำแม่ปานในการทำเกษตร  ซึ่งสามารถ       แยกแหล่งน้ำได้  ดังนี้

          บ่อน้ำตื่น                   9        แห่ง

          บ่อน้ำบาดาล              1        แห่ง

          อ่างเก็บน้ำ                 1        แห่ง

 

 

ลำห้วย  จำนวน      8   แห่ง  (  มีน้ำไหลตลอดปี )

-                   ห้วยโป่งน้อย

-                   ห้วยเฮี้ยะ

-                   ห้วยไคร้

-                   ห้วยผาเงิบ

-                   ห้วยดอกไม้ไหว

-                   ห้วยแม่ปาน

-                   ห้วยก๊อ

-                   ห้วยนาดง

 

 

 

ประปาภูเขา        2      แห่ง    -   ห้วยโป่งน้อย  (  ขุมตื้น )

                                                -  ห้วยแม่ปาน

แม่น้ำ               1      สาย     -  น้ำแม่สะเมิง        

สถานที่สำคัญ/แหล่งท่องเที่ยว

 

 

บ้านป่าลาน   หมู่ 4    ต.สะเมิงเหนือ   อ.สะเมิง   จ.เชียงใหม่

ข้อมูลทั่วไป

          บ้านป่าลานตั้งอยู่ท้องที่  หมู่ที่  4 ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง  จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณพิกัดที่   E 0471682, N2097040  อยู่ในระวางแผนที่ 4746  IV  ขึ้นกับการปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหาร          ส่วนตำบลสะเมิงเหนือ และ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ต้นน้ำแม่สะเมิง

          หมู่บ้าน หมู่ที่ 4  บ้านป่าลาน แท้ที่จริงหมู่บ้านนี้ประกอบไปด้วยหย่อมบ้านต่างๆ รวม 4 หย่อมบ้าน คือ    1. บ้านป่าลาน 2. บ้านนาฟาน 3. บ้านตีนดง และ 4. บ้านแม่แพะพะคะวัม  แต่ละหย่อมบ้าน ได้ตั้งชื่อ               ตามสภาพท้องที่และมีความเป็นมาที่แตกต่างกัน เช่น บ้านป่าลาน ได้มีที่มา คือ มีต้นลานอยู่หลายต้น                 ขึ้นบริเวณหน้าวัดต้นลาน คณะศรัทธาของวัดจึงตั้งชื่อหย่อมบ้านของตนว่า “บ้านป่าลาน ” ที่มาของคำว่า       หย่อมบ้านนาฟาน  ได้มีพ่อหนานอิน ไม่ทราบนานสกุล ย้ายสายมาจากทางอำเภอแม่ริมพร้อมกับเพื่อนบ้าน         4 - 5 ครัวเรือน ได้มาพบบริเวณนี้ มีความร่มรื่น  มีน้ำไหลผ่าน  เหมาะที่จะตั้งถิ่นฐานก่อนที่จะสร้างบ้าน         ปลูกเรือน ได้สร้างหอเจ้าบ้านขึ้นบริเวณริมนาร้าง  สร้างเสร็จได้ทำพิธีอันเชิญพ่อบ้านเข้ามาสถิตอยู่  จากนั้น       ได้เห็นอีเก้ง (ทางเหนือเรียกว่า “ฟาน ”) มานอนอยู่บริเวณนี้ จึงได้ตั้งชื่อหย่อมบ้านว่า “บ้านนาฟาน ”              มาจนถึงปัจจุบัน  สำหรับหย่อมบ้านตีนดง  ดูจากทำเลที่ตั้งหมู่บ้านนี้  แล้วเป็นหย่อมบ้านที่อยู่ติดกับตีนเขา      อดีต บริเวณนี้จะเป็นดงใหญ่ ปัจจุบันยังมีต้นยางอายุหลายร้อยปีให้เห็นอยู่หลายต้นอยู่ทางทิศตะวันออก           ของหมู่บ้านจึงได้ชื่อว่า “บ้านตีนดง ” หย่อมบ้านแม่แพะพะคะวัม เดิมไม่ทราบว่ามีชื่อเช่นไร  แต่มีการขุดพบพระพุทธรูปบริเวณใกล้หมู่บ้าน  องค์พระมีลักษณะพระพักตร์คว่ำไปทางหน้า ( ทางเหนือเรียกว่า “วัมไปทางหน้า ”) จึงตั้งชื่อหย่อมบ้านว่า “บ้านแม่แพะพะคะวัม ” ก่อนปี พ.ศ. 2531 บ้านแม่แพะพะคะวัมอยู่ในเขตปกครอง      ของหมู่บ้าน หมู่ที่ 2  ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นว่ามีความลำบากในการติดต่อราชการกับผู้ใหญ่บ้าน  เนื่องด้วยระยะทางไกล  ประกอบกับ เป็นคณะศรัทธาของวัดทุ่งล้อม หมู่ที่ 4 จึงขอย้ายมาอยู่ในเขตปกครอง    ของหมู่ที่ 4 ทั้ง 4 หย่อมบ้านดังกล่าวรวมกันเป็นหมู่บ้านที่ 4  ของตำบลสะเมิงเหนือ กำนันและผู้ใหญ่บ้าน          

  ปกครองลูกบ้านตามลำดับ คือ

1. พ่อต้าวปิง-พ่อต้าวพรม

2. พ่อขุนขี้ไคล

3. พ่อแคว่นอ้าย ถานุปัญญา                

  4. พ่อแคว่นแก้ว  สุทานิน

5. พ่อหนานปัญญา  สายฟองมูล

6. พ่อแคว่นแก้ว  จันทร์ชัยชนะ

7. พ่อแคว่นวงค์  ถานุปัญญา  พ.ศ. 2496 - 2523 

8. พ่อแคว่นเป็ง อธิพรม พ.ศ. 2523 - 2530                                     

9. นายอินทรัตน์  สายฟองมูล พ.ศ. 2530 - ปัจจุบัน

          * หมายเหตุ แคว่น หมายถึง ตำแหน่งกำนันในปัจจุบัน

เนื้อที่

          - ที่อยู่อาศัย                         200     ไร่       - ที่ดินทำกิน/ที่ดินเพาะปลูก        2,500  ไร่

          - ป่าอนุรักษ์ชุมชน                  200     ไร่       - ที่สาธารณะ                        75      ไร่

อาณาเขต     ติดต่อกับหมู่บ้าน / ตำบลต่างๆ ในเขตพื้นที่อำเภอสะเมิงทั้งสิ้น  ดังนี้

          ทิศเหนือ          ติดกับบ้านโป่งกวาว       หมู่ที่ 3  ตำบลสะเมิงเหนือ

          ทิศใต้             ติดบ้านกองขากหลวง      หมู่ที 7  ตำบลสะเมิงใต้

          ทศตะวันออก     ติดกับบ้านแม่ปะ           หมู่ที่ 6  ตำบลสะเมิงเหนือ

          ทิศตะวันตก      ติดกับบ้านแม่ตุงติง        หมู่ที่ 7  ตำบลแม่สาบ

 

ประชากร

ชาย    จำนวน     267   คน    หญิง    จำนวน    233    รวม   500   คน

          มีครัวเรือนรวมทั้งหมด จำนวน   249    ครัวเรือน

 สภาพทางเศรษฐกิจ

อาชีพ อาชีพของประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ดังนี้

- ทำนา           149     ครอบครัว         เนื้อที่รวมประมาณ       1,500   ไร่

 - ทำไร่            100     ครอบครัว        เนื้อที่รวมประมาณ            30  ไร่

- ทำสวน         5        ครอบครัว        เนื้อที่รวมประมาณ       1,500   ไร่

- เลี้ยงสุกร       50      ครอบครัว         เนื้อที่รวมประมาณ          150  ตัว

- เลี้ยงไก่         249     ครอบครัว         เนื้อที่รวมประมาณ       2,490   ตัว

- เลี้ยงวัว         45      ครอบครัว         เนื้อที่รวมประมาณ         675   ตัว

- เลี้ยงกระบือ    11      ครอบครัว        เนื้อที่รวมประมาณ           47    ตัว

- ค้าขาย                   10      ครอบครัว

- รับจ้าง                   10      ครอบครัว

- ช่างฝีมือ        22      ครอบครัว ( ช่างปูน, ช่างไม้, ช่างแกะสลัก )

สภาพสังคม

 

การศึกษา

          - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน   1   แห่ง ชาย  18  คน  หญิง  33  คน  มีผู้ดูแลเด็ก  3 คน

          - โรงเรียนประถมศึกษา  1  แห่ง   นักเรียนชาย  71   คน    นักเรียนหญิง  57  คน

          - โรงเรียนมัธยมศึกษา    1  แห่ง  นักเรียนชาย  23   คน   นักเรียนหญิง  18  คน   รวมนักเรียนประถม + มัธยม  ( 71 + 57 + 23 +  18= 169  คน )

สถาบันและองค์การศาสนา

 

- วัด/สำนักสงฆ์  2   แห่ง มีพระ  2  รูป ( วัดต้นลาน มีพระ 1  รูป วัดทุ่งล้อมมีพระ 1 รูป )

          - ศาลเจ้า  7 แห่ง

          - โบสถ์    1 แห่ง

สถานีอนามัย     1      แห่ง  ( ชื่อสถานีอนามัยบ้านป่าลาน )

 

ข้อมูลแหล่งน้ำ   -  บ่อน้ำตื้น           25           แห่ง

                   -  บ่อบาดาล            3           แห่ง

                   -  อ่างเก็บน้ำ            1           แห่ง  ( อ่างแม่ปานใช้ร่วมกับหมู่ 3 กับ หมู่ 4)

-  ฝายกักเก็บน้ำ      20 แห่ง

-  ลำห้วย               1 แห่ง ( ห้วยปู )

- ประปาหมู่บ้าน        3 แห่ง                                 

-  แม่น้ำขนาดเล็ก       2   สาย  ( แม่น้ำสะเมิง 1 และ แม่น้ำแพะพะคะวัม 1 )

 กลุ่มองค์กรในชุมชน

 

ที่

ชื่อกลุ่ม / องค์กร

กิจกรรม

ปีที่ก่อตั้ง

จำนวน

สมาชิก

เงินทุนหมุนเวียน

1

กลุ่มผลิตกาแฟ

แปรรูปผลผลิตกาแฟ

2542

31

120,000

2

กลุ่มหน่อไม้ปี๊บ

แปรรูปหน่อไม้

2547

24

31,200

3

โรงสีข้าวชุมชน

รับจ้างสีข้าว

2537

53

37,270

4

กลุ่มร้านค้าชุมชน

ค้าขายของเบ็ดเตล็ด

2530

237

87,376

5

กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์

สงเคราะห์ญาติ

2527

1,331

28,060

6

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ

สะสมเงิน/ให้กู้เงิน

2521

1,569

15,103,423

7

กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน

สะสมเงิน/ให้กู้เงิน

2544

102

2,288,786

8

กลุ่มแกะสลักไม้

แกะสลักเศษไม้

2550

32

2,650

 

รายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้าน

 

ที่

ชื่อ  สกุล

หมายเหตุ

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

นายอินทรัตน์     สายฟองมูล

นายดวงทิพย์  เมธา    

นายเกษม    เครือแก้ว

นายพรม    สายพรม

นายแดง    จาเรือง

นายสอน    ทาธิมา

นายอุดม     ปัญญาจิตร

นายคำจันทร์   สายบุญทา

นายหลง    สุภาเฟย

นายเจริญ     สายบุญทา

นายแถว    กันทะแก้ว

นายติ๊บ    มั่งมูล

นายนพ    แสนแก้ว

นายสมชาย    สาทะเขียว

นายประกอบ    วงค์แก้ว

-                   กำนันตำบลสะเมิงเหนือ / ประธาน

-                   สารวัตรกำนัน / กรรมการ

-                   สารวัตรกำนัน / กรรมการ

-                   แพทย์ประจำตำบล / กรรมการ

-                   ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน / กรรมการ

-                   ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน / กรรมการ

-                   ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน / กรรมการ

-                   กรรมการ

-                   กรรมการ

-                   กรรมการ

-                   กรรมการ

-                   กรรมการ

-                   กรรมการ

-                   กรรมการ

-                   กรรมการ

บ้านป้อก   หมู่ 5    ต.สะเมิงเหนือ   อ.สะเมิง    จ.เชียงใหม่

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

พระครูโกวิทชาครธรรม เจ้าอาวาสวัดบ้านป้อก เล่าว่า ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่ดูตามสภาพที่ตั้งของหมู่บ้าน น่าจะสร้างมาหลายร้อยปี  เพราะในหมู่บ้านพบวัดร้างถึง 4 แห่ง  โดยรอบหมู่บ้าน        และมีการจารึกตัวเมือง ( ภาษาล้านนา )   ในงานทำบุญถวายที่ตั้งพระ ปี จ.ศ.1252 (พ.ศ. 2433)  ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่าสร้างมานาน หลายยุคคน   โดยกลุ่มคนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งหลักแหล่ง นั้น เป็นกลุ่มคนเลี้ยงช้างของเจ้าอ้าว         ซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ( ไม่ทราบ พ.ศ. )โดยเจ้าอ้าวได้สั่งให้นำช้างมาเลี้ยงไว้บริเวณนี้  ต่อมา ก็ได้ปลูกบ้าน     อยู่อาศัยกันจนกลายมาเป็นหมู่บ้านมาจนบัดนี้ 

นายราชลักษณ์  ธัญญะ (ลุงน้อยนวล) ส.อบต. เล่าว่า บ้านป้อก  ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ใด มีอายุกี่ร้อย หรือกี่พันปีไม่มีใครทราบ แต่ปัจจุบันยังพบร่องรอยของสิ่งก่อสร้าง สันนิษฐานกันว่า อาจจะเป็นวัดเก่า ซึ่งมีอยู่ 4 แห่ง         คือ บริเวณห้วยปางห่าง  ทุ่งป่ายาง  ทุ่งป่าป๋าว  และใกล้ ๆ กับดงกรรม เดิมอาจเป็นที่ตั้งของคนหลายกลุ่ม

และยังเล่าถึงสิ่งที่เคยได้ยินจากคนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟังว่า เจ้าเมือง และขบวนได้เดินทางผ่านภูเขาที่กั้นระหว่างโป่งแยง อ.แม่ริม กับหมู่บ้าน มาบริเวณที่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านจึงได้พักอาศัย และหลังจากนั้นก็ได้เดินทางต่อไป     ยังที่ต่าง ๆ โดยมีช้างเป็นพาหนะ และเดินทางกลับ เส้นทางหมู่บ้านนี้ ( คำว่า “ป้อก ”แปลว่า กลับ )

ภูเขา  ที่กั้นระหว่าง โป่งแยง อ.แม่ริม กับหมู่บ้าน  ปัจจุบันชาวบ้านเรียกว่า“ดอยจ้างเถอ ”( สันนิษฐานว่า     จ้าง (ช้าง) คงจะลื่นไถลเมื่อเดินทางข้ามภูเขาลูกนี้ ) เส้นทางนี้ชาวบ้านเคยเดินด้วยเท้าเพื่อเข้าไปในตัวเมืองเชียงใหม่ 

พ่อหนานดวง หล้าวงค์ เล่าว่า เคยเดินเท้าไปเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทางดอยจ้างเถอ เดินทางแต่เช้ามืด     ผ่านบ้านตินดอย (หย่อมบ้าน) บ้านปางลุง บ้านโป่งแยงใน ไปพักทานข้าวเที่ยงที่ห้วยดีหมี บางครั้งก็พักที่           นาหวาย (ใกล้ ๆ กับแม่สาวาเล่ย์ ) และเดินทางต่อ ใกล้ค่ำที่ อำเภอแม่ริม และพักค้างหนึ่งคืน ต่อมามีกรมป่าไม้    มาตั้งแคมป์ที่บริเวณของหมู่บ้านป่งไคร้ จึงได้ตัดถนนเข้ามาในหมู่บ้าน และใช้เส้นทางนี้สัญจรไปมา               จนถึงปัจจุบัน

พ่อครูจันทร์ แสงประสิทธิ์ เล่าว่า โดยกลุ่มคนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งหลักแหล่ง นั้น เป็นกลุ่มคนเลี้ยงช้าง   ของเจ้าอ้าว ซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ โดยเจ้าอ้าวได้สั่งให้นำช้างมาเลี้ยงไว้บริเวณนี้ ต่อมา ก็ได้ปลูกบ้าน    อยู่อาศัยกันจนกลายมาเป็นหมู่บ้านมาจนบัดนี้ 

          ชุมชนบ้านป้อก  เป็นหมู่บ้านคนไทยพื้นเมือง  โดยมีประวัติการจัดตั้งหมู่บ้านจากหลักฐานเป็นภาษาขอม  ตัวหนังสือล้านนาบันทึกไว้ในใบลานดังนี้   

          แต่ก่อนบ้านป้อก  แยกการปกครองเป็น  2  หมู่บ้านคือ  บ้านตีนดอย  หมู่ 8  มีผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ  นายคำมา  และบ้านหลวง  หมู่ 9  มีนายเขียว  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก  โดยมีห้วยมะดะเป็นเขตแบ่ง  ต่อมารวมกันเป็นหมู่บ้านเดียวกันในสมัยนายตา  แก้วตา  เป็นผู้ใหญ่บ้านตีนดอย  นายจื่น  วาริโพ  เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านหลวง  เป็นบ้านป้อก  หมู่  5  ตำบลสะเมิงเหนือ  อำเภอสะเมิง  จังหวัดเชียงใหม่  มีนายคำมา  วาริโพ  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ที่เริ่มก่อตั้งหมู่บ้าน  คือ  เผ่าลัวะ  ขมุ ( เขมร,ขอม )  กะเหรี่ยง  และคนไทยพื้นเมือง  ซึ่งเป็นคนเลี้ยงช้างในสมัยพระเจ้าอ้าว  ในปัจจุบัน ยังมีหลักฐานเกี่ยวกับบรรพบุรุษปรากฏให้เห็นคือ  ชนเป่าลัวะ คือ  นามสกุลไทยใหม่    ชนเผ่าขมุ คือ  นามสกุล  คำคง  ชนเผ่ากะเหรี่ยงคือนามสกุล  โลโท  คนไทยพื้นเมืองคือนามสกุล  นุตตะละ       ซึ่งไม่ทราบ พ.ศ. ที่ชัดเจน  ปัจจุบันมีซากวัดร้างโบราณ  จำนวน  5  แห่งคือ  วัดทุ่งป่ายาง,  วัดป่าป๋าว ,  วัดห้วยห่อ ,  วัดปุกปัด,  วัดห้วนปากห่าง  สาเหตุที่ร้าง  สันนิษฐานว่า  อาจจะเกิดจากการอพยพย้ายถิ่น  เพราะโรคระบาดและสงคราม

          เดิมมีการตั้งถิ่นฐานเป็นหย่อม เป็นป๊อก ( ปัจจุบันยังคงเรียกชื่อของแต่ละหย่อมบ้านภายในหมู่บ้าน       ยังมีหย่อมบ้าน คือ บ้านหัวทุ่ง  บ้านป้อก บ้านบน บ้านลุ่ม บ้านหล่ายหน้า  บ้านใต้  บ้านดง และ บ้านตีนดอย )และคงจะรวมเป็นหมู่บ้านเดียวกัน ตามพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2486 ของกระทรวงมหาดไทย เป็นชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านป้อก ”โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ปกครอง  และ มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่นั้นมา บ้านป้อกตั้งอยู่  หมู่ที่ 5  ตำบลสะเมิงเหนือ  อำเภอสะเมิง  จังหวัดเชียงใหม่  ตั้งอยู่กลางหุบเขา       ลุ่มน้ำแม่ป้อก  ทางทิศเหนือของอำเภอสะเมิง  ระยะทาง  18  กิโลเมตร อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล  600  เมตร    ประชากรเป็นชาวพื้นเมือง  90 กว่าเปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นชนกลุ่มน้อย เช่น   ขมุ กระเหรี่ยง  ไทยใหญ่  ไทยลื้ออาศัยอยู่ร่วมกันมาสันนิษฐานว่าหลายร้อยปีแล้ว

ที่ตั้ง / อาณาเขต

ลักษณะภูมิประเทศโดยสังเขป

 

ด้วยสภาพของที่ตั้งหมู่บ้านเป็นที่ราบอ่างกระทะ  ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูงรอบด้านโดยมีต้นน้ำลำธารเล็กๆน้อย  7  สายมารวมกันเป็นห้วยแม่ป้อก  ในอดีตที่ผ่านมา มีการตัดไม้ทำลายป่ากันมาก เนื่องจาก         สภาพความยากจนของประชาชน ทำให้ปัจจุบันป่าต้นน้ำลำธารมีปัญหาน้ำน้อย  เริ่มเกิดความขาดแคลนน้ำ                 ในการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อทำการเกษตร  นอกจากนี้ยังมีปัญหากับหมู่บ้านใกล้เคียงในการแย่งน้ำ             กันอยู่บ่อยๆ  แต่ปัจจุบัน ปัญหาตรงจุดนี้ก็ตกลงแก้ไขปัญหาไปได้ด้วยดี

ที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นที่ราบระหว่างเขา มีพื้นที่โดยประมาณ   4,695    ไร่ 

ที่อยู่อาศัย                  204    ไร่

                   ที่ทำกิน                     258    ไร่

                   ที่ดินเพาะปลูก              485    ไร่

                   ป่าอนุรักษ์                  248    ไร่

                   อื่นๆ                        3,500  ไร่

ข้อมูลทางภูมิศาสตร์

          โดยมีพิกัดที่ตั้งหมู่บ้านอยู่ที่  X  47Q 0474665 , Y 2092709    ซึ่งมีชั้นคุณภาพของลุ่มน้ำอยู่ในชั้นที่  4       มีต้นน้ำลำธารเล็กๆน้อย 7 สายมารวมกันเป็น ห้วยแม่ป้อก  ไหลลงสู่ลุ่มน้ำย่อยลำน้ำแม่สะเมิง  และมีลุ่มน้ำสาขาชื่อลำน้ำแม่ขาน  ตามลำดับ

อาณาเขตติดต่อ

                   ทิศเหนือ          ติดกับ   บ้านแม่ปะ  หมู่ที่ 6  ต.สะเมิงเหนือ อ.สะเมิง

                   ทิศใต้             ติดกับ   บ้านน้ำริน  หมู่ที่ 2   ต.สะเมิงใต้  อ.สะเมิง

                   ทิศตะวันออก     ติดกับ   บ้านป่งไคร้ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม

                   ทิศตะวันตก      ติดกับ   บ้านกองขากหลวง หมู่ที่ 7 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง

โครงสร้างพื้นฐาน

จำนวนครัวเรือน   ในหมู่บ้านมี      304   หลังคาเรือน

ตามเกณฑ์การพัฒนาตามตัวชี้วัด  กชช.2ค ของกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย บ้านป้อก      เป็นหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับที่ 2 (ปานกลาง)

จำนวนประชากรแบ่งตามช่วงอายุได้ดังนี้ ( สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง สิงหาคม 2552)

                   ช่วงอายุ    1  -  14  ปี                      มีจำนวน          124   คน

ช่วงอายุ  15  -  50  ปี                      มีจำนวน          519   คน

ช่วงอายุ  51  ปี  ขึ้นไป                      มีจำนวน          262    คน

รวมประชากร                                มีจำนวน         905    คน

ไฟฟ้า     ปัจจุบันชุมชนบ้านป้อกทุกหลังครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้  ซึ่งพอจะทราบรายละเอียดได้  ดังนี้

เมื่อประมาณ  พ.ศ. 2530   หมู่บ้านใช้เครื่องปั่นไฟ เปิด - ปิดเป็นเวลา 

 

                  พ.ศ. 2532  ใช้ไฟฟ้าจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

                  พ.ศ. 2549  ใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับครัวเรือนที่อยู่ห่างไกลชุมชน จำนวน 2 หลัง

แหล่งน้ำดื่ม - น้ำใช้  ( เรียงจากมากไปหาน้อย )

·     น้ำดื่มส่วนมากได้จาก บ่อน้ำตื้น น้ำฝน น้ำประปา น้ำบรรจุขวดน้ำบาดาล

·     น้ำใช้ส่วนมากได้จาก น้ำประปา บ่อน้ำตื้น น้ำฝน น้ำบาดาล

              ในชุมชนจะมีการผู้ดูแลในแต่ละอ่างเก็บน้ำที่ใช้ในหมู่บ้าน      โดยมีการเก็บค่าบำรุงหลังคาละ 10 บาทต่อเดือน  ซึ่งเงินค่าบำรุงที่เก็บได้นั้น  จะนำไปจ่ายให้กับผู้ดูแล และ ค่าซ่อมแซมในเรื่องของอุปกรณ์            ปัจจุบัน ( ปี พ.ศ. 2552 )  

การคมนาคมจากหมู่บ้านถึงอำเภอ

การเดินทางระหว่าง หมู่บ้าน –เชียงใหม่ โดยรถโดยสารประจำทาง รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนตสภาพถนนมีทั้งลาดยาง คอนกรีต  ลูกรัง ถนนดิน  โดยมีเส้นทางต่อไปนี้

 

 

 

ที่

 

 

ถนนสาย

 

สภาพถนน

 

รวมระยะทาง

 

 

หมายเหตุ

ลาดยาง

คอนกรีต

ลูกรัง

ดิน

1

บ้านป้อก-ปงไคร้

ü

ü

ü

ü

12 กม.

มีรถโดยสารประจำทาง

2.

บ้านป้อก- สะเมิงใต้

ü

 

 

 

15 กม.

 

 

ระดับการศึกษาของประชาชน

          จากการสำรวจผู้ที่มีอายุ 17 ปีขึ้น พบว่า ร้อยละ 29  จบการศึกษาภาคบังคับ (มัธยมศึกษาปีที่ 3)             โดยมีรายละเอียด   ดังนี้

          1.  ไม่รู้หนังสือ                      จำนวน              11      คน

          2.  ประถมศึกษา                    จำนวน              598      คน

          3.  มัธยมศึกษา                      จำนวน              234      คน

          4.  ปวช., ปวส.,  ปวท.              จำนวน                39      คน

5.  ปริญญาตรีขึ้นไป                จำนวน                23      คน

สถาบันและองค์กรทางศาสนา

ประวัติวัดบ้านป้อก

 

          วัดบ้านป้อกหรือวัดบ้านพอก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2448  เดิมชื่อวัดสะหลีงาม ( ศรีงาม ) สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ภาค 7 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ 17 มกราคม  พ.ศ. 2534 สร้างเมื่อใดไม่มีหลักฐานแน่ชัด บางตำราว่าเมื่อ พ.ศ. 2448 แต่มีข้อความที่กล่าวถึงวัดร้าง 4 แห่งในพับสา  งานทำบุญถวายอาสนที่ตั้งพระ ใน พ.ศ. 2433  

การประกอบอาชีพ รายได้ และการออม

 

 

 

จะเห็นได้ว่าบ้านป้อกจะมีการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรมาตั้งแต่รุ่นแรกที่มีการเริ่มตั้งถิ่นฐานมาจนถึงปัจจุบัน  ยังมีการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรอยู่  แต่มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง  เนื่องมาจากความเจริญทางด้านวัตถุ และค่านิยมต่าง ๆ  ที่เข้ามาในชุมชนทำให้คนในชุมชนเห็นมูลค่ามากกว่าคุณค่า หันมาใช้สารเคมีเพื่อให้ได้ผลผลิตมากๆ ตามความต้องการของตลาดและค่าการครองชีพสูงตามไปด้วย  และ สิ่งที่ตามมาคือหนี้สิน  เพื่อนำมาในการต่อยอดในการทำการเกษตร เพราะต้องใช้ต้นทุนสูงในการทำการเกษตรในปัจจุบัน เพราะ มีการใช้สารเคมีมากกว่าอินทรีย์เหมือนในอดีต  ปัจจุบัน มีการประกอบอาชีพและการออม   ดังนี้

 

1.คนในชุมชน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร  รองลงมาคือ รับจ้าง ค้าขาย  รับราชการ ฯลฯ

2.รายได้ของคนในชุมชนส่วนมากประมาณ 30,000 บาท/คน/ปี ตามเกณฑ์ จปฐ. 2552

3.ชาวบ้านส่วนใหญ่ ทำไร่ ทำนา พืชที่ปลูกนอกจากข้าวแล้ว คือ  ถั่วลิสง  ข้าวโพด  ถั่วแระ มะเขือม่วง  ถั่วเหลือง ถั่วแขก  ตามลำดับ  นอกจากนั้นยังปลูกไม้ดอก มะนาว พริก ซึ่งเป็นพืช ที่เพิ่งนำมาปลูกใน 1- 2 ปีที่ผ่านมา

4.สัตว์ที่ประชาชนนิยมเลี้ยงได้แก่ กระบือ ปลา ไก่ กบ  ตามลำดับ

5.คนในชุมชนนิยมออมเงิน โดยวิธีฝากกับกลุ่มสะสมทรัพย์มากที่สุด รองลงมาคือ ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์  เครดิตยูเนี่ยน  ตามลำดับ

คณะกรรมการหมู่บ้าน

 

บ้านป้อก เดิมปกครองในรูปแบบสภาตำบล  และได้ยกฐานะเป็น องค์การบริหารส่วนตำบล                เมื่อ พ.ศ. 2543 การปกครองเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย  โดยมีผู้ใหญ่บ้าน 1 คน  ผู้ช่วยอีก 3  คน    และ ยังได้แบ่งพื้นที่ในหมู่บ้านเป็นเขตอีก 9 เขต  แต่ละเขตมีหัวหน้าเขตรับผิดชอบดูแลกันเอง 

 

ทรัพยากรป่าไม้  ( พื้นที่ป่า  ชนิดของป่า  เขตป่าชุมชน  เขตอุทยาน  และชนิดของไม้ )

          พื้นที่ป่าโดยรวมจะเป็นป่าเบญจพรรณ และ ป่าเต็งรัง  ซึ่งพื้นที่จะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ –ป่าสงวนแห่งชาติ  และ มีพื้นที่ปลูกป่าของ  ออป. มีไม้สัก  และไม้ประดู่เป็นไม้เศรษฐกิจ

ทรัพยากรน้ำ  ( แหล่งน้ำ  อ่างเก็บน้ำ  ตาน้ำ  ลำห้วย  และลำเหมือง )

ชุมชนบ้านป้อก   จัดว่าอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยแม่ป้อก  ซึ่งมีชั้นคุณภาพของลุ่มน้ำอยู่ในชั้นที่  4                 มีต้นน้ำลำธารเล็กๆน้อย  7  สายมารวมกันเป็นห้วยแม่ป้อก  ไหลลงสู่ลุ่มน้ำย่อยลำน้ำแม่สะเมิง  และ มีลุ่มน้ำสาขาชื่อ ลำน้ำแม่ขาน    โดยแหล่งน้ำที่ใช้ในหมู่บ้านป้อกสามารถจำแนกได้   ดังนี้

1.  บ่อน้ำตื้น                        จำนวน              85   แห่ง

                   2.  บ่อน้ำบาดาล                   จำนวน                5   แห่ง

                    3.  อ่างเก็บน้ำ                       จำนวน                 6   แห่ง

                   4.  ลำห้วย                          จำนวน               15  แห่ง

                   5.  ประปาหมู่บ้าน                  จำนวน                 4  แห่ง

                   6.  แม่น้ำ                              จำนวน                 1          สาย

กฎระเบียบของหมู่บ้าน

บ้านป้อก หมู่ที่ 5ตำบลสะเมิงเหนือ  อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

 

1.             ห้ามผู้ใดบุกรุก ขยายที่ทำกิน หรือตัดไม้ทำลายป่าบริเวณต้นน้ำลำธาร เขตหวงห้าม ฝ่าฝืนมีโทษปรับ  2,000 บาท และ ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย (ค่านำจับ 1,000บาท )

2.             ผู้จุดไฟเผาไร่สวนของตัวเอง ต้องทำแนวกันไฟ  หากลุกลามเข้าที่ของบุคคลอื่นได้รับความเสียหาย       ต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด หากไฟลุกลามเข้าไปในเขตได้รับความเสียหาย ต้องรับโทษ                   ปรับ    2,000   บาท  ( ค่านำจับ1,000 บ. )

3.             หากมีการลักเล็กขโมยน้อยภายในหมู่บ้าน ดำเนินคดีสถานเดียว

4.             ห้ามผู้ใดหรือบุคคลในครอบครัวยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม  ฝ่าฝืนต้องถูกตัดสิทธิ์ ไม่ให้ความช่วยเหลือทางสังคมทุกด้าน

5.             ห้ามดัดแปลงรถจักรยานยนต์ทำเสียงดังเกินมาตรฐานกำหนด หรือขับรถเร็วเป็นที่หวาดเสียว              อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น

6.             ห้ามบุกรุกทำลายที่สาธารณประโยชน์ หรือทรัพย์สินอื่นใดเสียหาย

7.             ห้ามยิงปืน หรือจุดประทัด หรือวัตถุอื่นที่ก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนในเวลาคืน โดยไม่มีเหตุอันควร          ฝ่าฝืน ปรับนัดละ   500   บาท

8.             ห้ามจับปลา หรือหาปลาในลำห้วย หรือสระสาธารณะภายในหมู่บ้าน โดยใช้อุปกรณ์  เช่น แน่ง ไฟช๊อต ระเบิด  ฝ่าฝืนปรับ 2000 บาท

9.             เลี้ยงสัตว์ ( หมู ) ภายในบริเวณที่อยู่อาศัย ต้องป้องกันไม่ให้มีกลิ่นเหม็น อันเป็นเหตุรำคาญต่อผู้อื่น     ปรับ 500 บาท

10.      การจัดงานในงานมงคลต่าง ๆ  เช่น ขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน เป็นต้น อันก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนผู้อื่น ต้องไม่เกินเวลา 24.00น. ฝ่าฝืนปรับ            1,000   บาท

11.      ห้ามก่อเหตุทะเลาะวิวาทชกต่อยในงานเทศกาล หรือ งานต่าง ๆ ฝ่าฝืนปรับ   500  บาท

12.      ห้ามนำสัตว์เลี้ยง ไปเลี้ยงในสถานที่ราชการ ฝ่าฝืนปรับ  500   บาท

13.      สมาชิกหมวดคนใดไม่ให้ความร่วมมือในด้านการพัฒนาหมู่บ้าน ให้สมาชิกพิจารณาขับออกจากการ เป็นสมาชิกหมวด

แหล่งอาหาร   ของคนในชุมชนได้จากตลาด  ร้านค้าในชุมชน การปลูกพืช เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ เลี้ยงกบ เพื่อบริโภคในครอบครัว และอาหารจากแหล่งธรรมชาติตามป่าตามเขา ตามลำดับ

 

ผลผลิตที่ชาวบ้านสามารถหาได้จากในป่า

 

 

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

1.  พระพุทธบาทตีนดอย

          พระบาทตีนดอย  เป็นรอยพระพุทธบาทที่แปลกไปจากสถานที่อื่น ๆ คือ  เป็นรอยพระบาทข้างซ้ายและข้างขวาสวนทางกลับกัน  ( ปกติแล้วรอยพระพุทธบาทจะประทับ   เป็นรอยคู่กัน )  ตั้งอยู่ที่บ้านป้อก  หมู่ 5  ตำบลสะเมิงเหนือ  อำเภอสะเมิง  เล่ากันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่สมเด็จ      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดสัตว์โลกแล้วเสด็จกลับ       ( หันหลังกลับ ) หมู่บ้านเกิดความแห้งแล้ง ครูบาอุปาละบอกว่าในหมู่บ้านมีรอยพระพุทธบาท ควรแก่การสักการบูชา ครูบาอินตาได้สร้างศาลาครอบเอาไว้  และขณะที่มีการทำพิธีสักการะบูชารอยพระพุทธบาท  ฝนได้ตกลงมาอย่างน่าอัศจรรย์ทำให้น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ และต่อจากนั้นมาชาวบ้านได้ทำนา  ทำไร่  และทำสวนจนถึงปัจจุบัน  ต่อมาครูบาอินสมได้ก่อสร้างพระเจดีย์ขึ้น  นอกจากนี้ บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้  ยังมีน้ำบ่อยา ( น้ำบ่อศักดิ์สิทธิ์ )  กว้างประมาณ  1  ฟุต  ลึกประมาณ  1  ศอก  และ บริเวณใกล้เคียงมีหินตาหินยายที่มหัศจรรย์  น่าไปสัมผัสเหมาะสำหรับผู้ที่แสวงหาสิ่งที่แปลกในพื้นที่ 

 

2.ดงกรรม / ธนาคารอาหารชุมชน

          ในอดีตป่าเป็นแหล่งผลิตปัจจัยความจำเป็นพื้นฐานแก่ชีวิตมนุษย์  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนุ่งห่ม  ที่อยู่อาศัย  อาหารและยารักษาโรค  เมื่อมีความต้องการในปัจจัยสี่  มนุษย์ก็จะเดินเข้าป่าเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการเหล่านั้น   ปัจจุบันเมื่อประชากรเพิ่มขึ้น  ความต้องการในปัจจัยสี่จึงมีมากขึ้น       จนเกินกำลังผลิตของป่า   ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่เคยมี         กลับลดน้อยลง  แต่ชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่ายังมีความจำเป็น   และ ต้องการใช้ผลผลิตจากป่าเพิ่มขึ้นตลอดเวลา   “ โครงการธนาคารอาหารชุมชนบ้านป้อก ”  จัดตั้งขึ้น เพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์และเอื้อประโยชน์แก่ชุมชนที่เกี่ยวข้อง         ในหลักการที่ให้  คนอยู่คู่กับป่า หรือ ป่าพึ่งคน  คนพึ่งป่าอย่างยั่งยืน  เมื่อป่ามีความอุดมสมบูรณ์สามารถผลิตปัจจัยความจำเป็นพื้นฐานแก่ชุมชน   และ ชุมชนได้รับผลประโยชน์จากพื้นที่ป่าเหล่านั้นแล้ว  ชุมชนจะเห็นความสำคัญของป่าไม้ และ ช่วยกันบำรุงรักษาป่าให้เกิดความอุดมสมบูรณ์เอื้ออำนวยประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

 

บ้านแม่ปะ   หมู่ 6    ต.สะเมิงเหนือ   อ.สะเมิง    จ.เชียงใหม่

บ้านแม่ปะ ตั้งอยู่ท้องที่หมู่ที่  6 ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง  จังหวัดเชียงใหม่    ตั้งอยู่บริเวณพิกัดที่   E 0473545 , N 2095688  อยู่ในระวางแผนที่  4746  IV  ขึ้นกับการปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหาร         ส่วนตำบลสะเมิงเหนือ และเป็นหมู่บ้านที่อยู่ต้นน้ำแม่สะเมิง

                        ชุมชนบ้านแม่ปะเป็นคนไทยพื้นเมือง  โดยมีตำนานเล่าขานสืบต่อกัน  มีหลักฐานบันทึก   เป็นตัวหนังสือล้านนาในใบลาน  แต่เกิดการชำรุด  จึงมีการบันทึกใหม่เป็นภาษาพื้นเมืองล้านนา   ลงในสมุด เก็บไว้ที่พ่อดวงคำ  กันทิมา  ซึ่งเป็นประธานชมรมผู้สูงอายุ และเป็นมรรคทายก  มีใจความต่อไปนี้

          พระโพธิสัตว์ได้กลับชาติมาเกิดเป็นกวางทองคำอาศัยอยู่ในป่าบริเวณนี้ อยู่มาวันหนึ่ง  มีเจ้าเมืองหนึ่งเดินทางท่องเที่ยวได้พบกวางทองคำที่โป่ง (ที่ราบลุ่มมีน้ำขัง) เพื่อกินน้ำ  จึงให้ชื่อบริเวณนี้ว่า “โป่งปะ”            และกลายเป็นบริเวณวัดโป่งปะในสมัยนั้น  ( ปัจจุบันวัดได้ย้ายมาอยู่ระหว่างป๊อกหัวปงกับกองทราย )        หลักฐานการพบกวางทองคำคือ การพบรอยเท้ากวางบริเวณก้อนหิน  บน “ดอยกิ่วพระเจ้า ”ภูเขาเหนือหมู่บ้าน ป่าแถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ และ พืชนานาชนิด เป็นแหล่งให้ผู้คนมาอาศัยทำนา เพาะปลูก และล่าสัตว์ โดยมีคนที่เข้ามาทำมาหากินในบริเวณนี้   ได้แก่  คนจากหมู่บ้านตีนดง ป่าลาน นาฟาน บ้านป้อก  ซึ่งบรรพบุรุษแรก ๆ ที่อพยพมาอยู่ในภูเขาแถบนี้ คือ เผ่าลัวะ  ขมุ กระเหรี่ยง จากที่ปลูกบ้านแบบชั่วคราว กลายเป็นแบบถาวร                        จากหนึ่งครอบครัว และขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเป็นหมู่บ้าน แยกจากบ้านป่าลานหมู่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2511               ซึ่งการเรียกชื่อที่เพี้ยนจากบ้านโป่งปะ เป็นบ้านแม่ปะ  โดยชาวบ้านจะเรียกชื่อตามลำห้วยแม่ปะ          แทนคำว่าโป่งปะ สืบต่อกันมา

สภาพทั่วไป                                            

ปัจจุบันบ้านแม่ปะ เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 6     ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง   จังหวัดเชียงใหม่  ห่างจากอำเภอสะเมิงประมาณ   20   กิโลเมตร มีจำนวนหลังคาเรือนทั้งสิ้น  74  หลังคาเรือน มีประชากรทั้งสิ้น    230  คน  เป็นชาย   115   คน   และ  เป็นหญิง   115   คน  มีการแบ่งการปกครองออกเป็น 6 ป๊อก คือ ป๊อกหล่ายหน้า  ป๊อกหัวปง  ป๊อกข้อกลาง  ป๊อกห้วยท่าตอง   ป๊อกกองทราย  และป๊อกห้วยโต๋ม ประชากรส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา  อาชีพส่วนใหญ่ คือ การทำนา เลี้ยงสัตว์  ( โค –กระบือ ) ปลูกถั่วเหลือง ปลูกข้าวโพด มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ คือ ห้วยแม่ปะ 

 

แหล่งน้ำสำหรับการดำรงชีวิต คือ ลำห้วยแม่ปะ ที่เกิดจากต้นน้ำที่เป็นขุนน้ำของลำห้วย  4 สาย คือ       ลำห้วยแม่แรม ไหลลง อ.แม่ริม ลำห้วยแม่สะลวง ลำห้วยแม่กะ ลำห้วยแม่ปะ   ซึ่งต้นน้ำแม่ปะ อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ  6  กิโลเมตร แล้วไหลมารวมกันเป็นแอ่งน้ำที่ดอยปางฮัก ห่างจากหมู่บ้านประมาณ  3  กิโลเมตร   ลักษณะพื้นดอยสูงชันและเป็นหินก้อนใหญ่ ทำให้ไม่สามารถ  ทำฝายกั้นน้ำเพื่อการเกษตรได้  ต่อมา                   มีงบประมาณจากกรมทรัพยากรธรณี ทำประปาภูเขาโดยการต่อท่อดึงน้ำจากลำห้วยแม่ปะที่  “ ห้วยบ่าหลีด ”     ซึ่งห่างจากหมู่บ้านประมาณ  1  กิโลเมตร นำมาพักที่ถังน้ำบนวัดโป่งปะ เพื่อแจกจ่ายให้คนในชุมชนได้ใช้ต่อไป    ซึ่งลำห้วยนี้จะไม่แห้ง   น้ำจะมีสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี ชาวบ้านได้มีการออกกฎอนุรักษ์แหล่งน้ำ      โดยการห้ามการลงหาอาหารในแถบต้นน้ำ  “ห้วยบ่าหลีด ”  ขึ้นไป   เพื่อให้เป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคต่อไป  จะเห็นได้ว่าสภาพทั่วไปของชุมชน มีการอาศัยในพื้นที่และมีการเล่าขานสืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน  มีการใช้ระบบเครือญาติในการอยู่ร่วมกัน  มีพื้นที่ล้อมรอบ ด้วยภูเขา ใช้การเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์เป็นรายได้หลักในการดำรงชีพ

สภาพอากาศ

ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ ปลายเดือนตุลาคม –กุมภาพันธ์

ฤดูร้อน  เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม –มิถุนายน

ฤดูฝน ฝนจะตกชุกระหว่างเดือนกรกฎาคม –กันยายน

เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นภูเขา  หุบเขาล้อมรอบหมู่บ้านทำให้มี  ฤดูหนาวที่ยาวนาน   และ มี อุณหภูมิที่ต่ำกว่าพื้นที่อื่น  ฤดูร้อน  จะร้อน และ แห้งแล้ง   และฤดูฝน ฝนจะตกหนัก  อาจมีปัญหาดินโคลนถล่มได้

ที่ตั้ง / อาณาเขต

          ปัจจุบันบ้านแม่ปะ   เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ที่  หมู่ 6    ตำบลสะเมิงเหนือ   อำเภอสะเมิง    จังหวัดเชียงใหม่ห่างจากตัวอำเภอสะเมิง  ประมาณ   20    กิโลเมตรที่ตั้งของหมู่บ้าน เป็นที่ราบระหว่างหุบเขา   อยู่ในเขต           ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง มีอาณาเขตติดต่อ   คือ

          ทิศเหนือ             ติดกับ    หย่อมบ้านตีนดง ( ป่าลาน ) หมู่ที่  4  ต. สะเมิงเหนือ  อ.  สะเมิง    จ.  เชียงใหม่

          ทิศใต้             ติดกับ   บ้านป้อก  หมู่ที่ 5   ต.สะเมิงเหนือ อ.สะเมิง  จ.  เชียงใหม่

          ทิศตะวันออก     ติดกับ   บ้านแม่ขิ  อ. แม่ริม จ.  เชียงใหม่

          ทิศตะวันตก      ติดกับ   หย่อมบ้านนาฟาน( ป่าลาน ) หมู่ที่ 4 ต.สะเมิงเหนือ อ.สะเมิง  จ.  เชียงใหม่                        

 โครงสร้างพื้นฐาน

 

  การเดินทางระหว่าง หมู่บ้าน –เชียงใหม่ โดยรถโดยสารประจำทาง รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ สภาพถนนมีทั้งลาดยาง คอนกรีต   ลูกรัง ถนนดินแดง  โดยมีเส้นทาง   แม่ริม -  แม่ปะ  ระยะทาง  23   กิโลเมตร   เส้นทาง  อำเภอสะเมิง -  แม่ปะ ระยะทาง    20    กิโลเมตร

ไฟฟ้า  มีใช้ทุกครัวเรือน

แหล่งน้ำดื่ม - น้ำใช้

น้ำใช้ส่วนมากได้จาก น้ำประปา บ่อน้ำตื้น น้ำฝน น้ำบาดาล น้ำดื่มมีเครื่องผลิตน้ำดื่มประจำหมู่บ้าน  โดยใช้งบประมาณ โครงการ ชุมชนพอเพียง 2551 ในการก่อสร้าง

สภาพทางสังคม

 

ด้านความรู้และการศึกษา

ประชาชนโดยส่วนใหญ่มีการศึกษาอยู่ในระดับประถมปีที่  4  ซึ่งแต่เดิมในหมู่บ้าน จะมีโรงเรียนระดับประถม 1 - 6  ชื่อโรงเรียนบ้านแม่ปะ แต่ปัจจุบันเนื่องจากมีจำนวนเด็กนักเรียน ในระดับประถมจำนวนน้อย จึงเกิดการนำนักเรียนไปเรียนรวมกันที่โรงเรียนบ้านป่าลาน  ทำให้ปัจจุบันจึงกลายเป็นโรงเรียนร้าง ระดับการศึกษาของประชาชนประชากรส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษาอัตราการเรียนต่อของประชาชน อัตราการเรียนต่อของเด็กที่จบ ม.3 มีแนวโน้มสูงขึ้นสถาบันการศึกษาในชุมชนหมู่บ้านแม่ปะ เคยมีโรงเรียนระดับประถมศึกษา  แต่มีจำนวนนักเรียนน้อย จึงถูกยุบรวมกับโรงเรียนบ้านป่าลาน

สถาบันและองค์กรทางศาสนา

 

ชุมชนมีวัดจำนวน 1 แห่ง คือ วัดโป่งปะ  จำนวนพระภิกษุสามเณรในวัด    จำนวน  รูป คือ พระ 1  รูป  

                 สภาพเศรษฐกิจ การประกอบอาชีพ รายได้ และการออม

ประชากรในหมู่บ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ปลูกข้าว  ปลูกถั่วเหลือง  ปลูกข้าวโพด    เลี้ยงโค  - กระบือ โดยมีรายได้เฉลี่ย 10,000 - 20,000 บาท   ต่อครอบครัว ซึ่งนับรายได้เฉลี่ยของประชาชน ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (จปฐ.) แต่ประชาชนอาศัยการปลูกพืช            เพื่อบริโภคในครัวเรือน เนื่องจากข้อจำกัดของสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่ ดังตาราง

ข้อมูลการสำรวจอาชีพของประชาชน

 

อาชีพ

จำนวน (คน)

ร้อยละ

เกษตรกรรม

79

69.91

รับจ้าง

17

15.04

ค้าขาย

4

3.54

นักเรียน

7

6.19

ทำงานบริษัท

2

1.77

ภารโรง

1

0.88

ขับรถ

1

0.88

ซ่อมรถ

1

0.88

เสริมสวย

1

0.88

รวม

113

100 

 

 

 - คนในชุมชน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร  รองลงมาคือ รับจ้าง   ค้าขาย  ตามลำดับ

- รายได้ของคนในชุมชนส่วนมากต่ำกว่า 30,000 บาท  /คน/ ปี ตามเกณฑ์ จปฐ. 2550

- „ชาวบ้านส่วนใหญ่ ทำไร่ ทำนา พืชที่ปลูกนอกจากข้าวแล้ว คือ  ข้าวโพด   ถั่วลิสง   ถั่งแระ ซาโยเต้

- ( มะเขือเครือ ) ดอกไม้ ( เบญจมาศ  ไข่ดาว  ตามลำดับ )

- „สัตว์ที่ประชาชนนิยมเลี้ยงได้แก่ กระบือ โค  ปลา ไก่ กบ  ตามลำดับ

การเมือง การปกครอง

 

การแบ่งการปกครองภายในชุมชน  

หมู่บ้านแบ่งออกเป็น   6   หมวด ตามหมวดวัด  เพื่อสะดวก ต่อการประสานการพัฒนา และ การไปร่วมงานประเพณีกับหมู่บ้านใกล้เคียง

 

ที่

ชื่อ  สกุล

หมายเหตุ

1

2

3

4

5

6

นายไพบูลย์       วงค์วาล

นายอิน              สิทธิชัย

นายคำตั๋น          อุ่นบาล

นายดา               ปะดี

นายอินสอน      เสารี

นายปุก             จะตุ

หมวด ห้วยต๋าตอง

หมวด ข้อกลาง   

หมวด หล่ายหน้า

หมวด หัวโป่ง

หมวด กองทราย 

หมวด ห้วยโต๋ม

 

การรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน

          ตำรวจบ้าน  คณะกรรมการหมู่บ้าน  คณะกรรมการรักษาความสงบ 

การสาธารณสุข

ชุมชนมีไม่มีสถานีอนามัย ไปใช้บริการที่สถานีอนามัยบ้านป้อก

แหล่งอาหารของคนในชุมชนได้จากตลาด ปลูกพืช เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ เลี้ยงกบ เพื่อบริโภคในครอบครัว      และ อาหารจากแหล่งธรรมชาติ ตามลำดับ

          น้ำดื่ม บริโภคจาก  น้ำฝน น้ำประปา น้ำดื่มบรรจุขวด

          น้ำใช้ ได้แก่ ประปา  น้ำฝน

          การใช้ส้วม ทุกครัวเรือนมีส้วมซึมใช้

          การจัดการขยะ  ส่วนใหญ่คนในชุมชนจัดการขยะจากครัวเรือน โดยทิ้งลงหลุมขยะของหมู่บ้าน

แหล่งน้ำ

              ลำห้วย         5       แห่ง   ได้แก่  ห้วยโต๋ม   ห้วยคอกช้าง  ห้วยแม่ปะ  ห้วยปางตอง  ห้วยน้ำฮี้  

              ประปาหมู่บ้าน       1      แห่ง     ใช้ห้วยแม่ปะบริเวณกิ่วบ่ารีด

              แม่น้ำ                  1      สาย   คือ  ลำน้ำแม่ปะ                      

ป่าไม้

          ลักษณะป่าไม้ในพื้นที่บ้านแม่ปะส่วนใหญ่เกือบ  80 % ของพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณ   ซึ่งมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง   มีไม้ไผ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ มีไม้สำคัญ   ได้แก่  ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้จำปีป่า  และมีพื้นที่เป็นป่าดิบเขาอยู่บริเวณเทือกดอยกิ่วลม ประมาณ  20%  ของพื้นที่  ซึ่งมีลักษณะ   เป็นป่าไม่ผลัดไป ขึ้นอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งแต่  1,000  เมตรขึ้นไป มีอากาศหนาวเย็น  ตลอดทั้งปี ไม้มีค่าที่พบ คือ ไม้กฤษณา  ไม้ก่อ  ไม้ทะโล้           ไม้สน เป็นต้น  สำหรับไม้ชั้นล่างที่พบ   คือ กล้วยไม้ดิน  มอสชนิดต่างๆ  ผักกูด   ขาวตอกฤๅษี

สภาพปัญหาพื้นที่ป่าต้นน้ำบ้านแม่ปะ คือ การบุกรุก ทำลายโดยการลักลอบตัดไม้มีค่า บริเวณป่าต้นน้ำ โดยเฉพาะไม้กฤษณา และ ไม้สน และการลักลอบหาของป่าอีกหลายชนิด เช่น หัวบุก หว่านเจ็ดชั้น กระเช้าสีดา  กล้วยไม้ชนิดต่างๆ  ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากคนพื้นที่อื่น และ มีคนในชุมชนบ้าง

สภาพพื้นที่ป่า

 

 

งานอำนวยการและบริหารงานโครงการ

 

·                   ประสานและสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่

              ประสานงาน  สนับสนุนการปฏิบัติงานและ เข้าร่วมประชุม ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาคสนามสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่  16  ฝ่ายปกครอง   ส่วนราชการ  องค์กรต่างๆ  ผู้นำชุมชน และ ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง  เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายป่า  การป้องกันรักษาทรัพยากรป่าไม้  และ การรณรงค์ป้องกันไฟป่า ในพื้นที่รับผิดชอบร่วมกัน 

 

 

เข้าร่วมประชุมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ

 

 การบำรุง พัฒนา ปรับปรุง พื้นที่สำนักงานโครงการฯ  ,  แปลงเพาะชำกล้าไม้  

 

เข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ  เช่น  กิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ: 18 ก.พ. 52 เวลา 10:20:58 น.
จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้: 1674 ท่าน